รุ่งเช้าวันถัดมา ทุกคนขึ้นยานเหาะกลับมายังโรงเรียน
เมื่อยานเหาะลงจอดที่ท่าเทียบยานอันคุ้นเคย หลินอีจึงรู้สึกเหมือนได้กลับมาจริง ๆ
โคลนเลน เสียงคำรามของสัตว์ร้าย ค่ำคืนฝนพรำ และกองไฟจากหุบเขาชิวผิง ล้วนคล้ายถูกทิ้งไว้ในอีกโลกหนึ่ง รวมถึงชุดนักเรียนมอมแมมตัวนั้นด้วย ทุกอย่างถูกผนึกไว้ในความทรงจำ
ทุกคนทยอยลงจากบันไดเทียบยาน
เหวินหวานยืดแขนบิดขี้เกียจทันทีที่เท้าแตะพื้น “ฉันจะกลับไปแช่น้ำแล้วนะ ใครก็ห้ามมาตาม”
กู้ซั่วกับลู่เฉาสะพายกระเป๋า ทั้งคู่มองหน้ากันแล้วหัวเราะร่า ก่อนมุ่งหน้าไปยังเขตหอพักนักรบวิญญาณ
ตอนร่ำลากับหลินอี หลัวเสี่ยวถังยังจับมือเธอแกว่งไปมา “อีอี ไว้ค่อยติดต่อกันนะ”
หลินอียิ้มรับแล้วโบกมือให้ทุกคน
จากนั้นต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไป
หลินอีกลับถึงหอพักก็อาบน้ำอุ่น เปลี่ยนเสื้อผ้าสะอาดก่อนเป็นอย่างแรก
เธอปล่อยกั่วต้งออกมาจากกระเป๋าสะพาย
หลินอีวางอาหารให้ทั้งมันและลูกแกะใบไม้ตัวน้อย กั่วต้งหมอบนิ่งอยู่ก้นโหล ดูท่าทางเหนื่อยล้ามาก มีเพียงหูเล็ก ๆ ที่กระดิกเบา ๆ ส่วนลูกแกะใบไม้ตัวน้อยแนบตัวอยู่กับผนังขวดอย่างเชื่องช้า แทะสาหร่ายทีละคำ
หลินอีนั่งยอง ๆ มองพวกมันอยู่ครู่หนึ่ง
แล้วก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียง
ร่างทั้งร่างจมลงไปในฟูกนุ่ม ๆ เธอลืมตามองเพดาน ปล่อยใจให้ล่องลอย
ผลประโยชน์ที่ได้จากการคัดเลือกครั้งนี้ค่อย ๆ ผุดขึ้นมาในหัว
วัสดุจากสัตว์กลายพันธุ์ระดับสี่สองตัว ล้วนเป็นของดีมีคุณภาพ
พืชวิญญาณระดับสองและสามอีกหลายต้น สภาพสมบูรณ์ดี ไม่มีเสียหายแม้แต่น้อย
ยังมีดอกไขกระดูกหยกเขียว ซึ่งเป็นพืชวิญญาณระดับสี่แท้ ๆ อีกหนึ่งดอก
หลังจากนั้นเธอยังแอบเก็บเมล็ดที่ร่วงจากพืชวิญญาณ รวมถึงต้นกล้าเล็ก ๆ มาบ้าง ตั้งใจว่าหากมีเวลาจะลองปลูกในมิติส่วนตัว
