หลินอีวิ่งไปถึงวิลล่าของเหวินหวานตั้งแต่เช้าตรู่
ตอนที่เธอไปถึง ฟ้าสว่างเต็มที่พอดี แสงแดดยังไม่ทันแผดเผาอากาศให้ร้อน
เหวินหวานใส่รองเท้าแตะเดินมาเปิดประตูให้ พลางหาวไปด้วย ก่อนจะปล่อยให้เธอเข้ามา แล้วบ่นว่า “เช้าเกินไปแล้วนะ กว่าจะประกาศสมาชิกทีมก็ต้องรออีกตั้งนาน”
พอเข้ามา หลินอีก็ทิ้งตัวลงบนโซฟา วางกระเป๋าสะพายลง เยลลี่ขยับตัวในขวด ราวกับกำลังทักทายเหวินหวาน
เหวินหวานโบกมือให้มัน แล้วหันไปจ้องสมองแสงของตัวเองบ้าง
ทั้งสองนั่งอยู่ในห้องรับแขก ต่างคนต่างไถดูเครือข่ายมหาวิทยาลัย รอให้ถึงแปดโมง ซึ่งจะประกาศรายชื่อสมาชิกทีม
แสงแดดค่อย ๆ เคลื่อนผ่านหน้าต่างบานสูงเข้ามา จนห้องรับแขกสว่างจ้าแสบตา
หลินอีนั่งไม่ติด ผ่านไปครู่หนึ่งก็ลุกขึ้นเดินไปเดินมา หรือไม่ก็หยิบเยลลี่ออกจากขวด วางไว้บนฝ่ามือแล้วขยำมันเล่นเบา ๆ เป็นระยะ
อย่างไรเสียก็เป็นสมาชิกทีมชุดใหม่ ย่อมต้องใช้เวลาปรับตัวเข้าหากัน
ไม่รู้ว่าจะมีใครบ้าง ถ้าเป็นคนรู้จักก็คงดี จะได้ไม่ต้องอึดอัดกันมากนัก
“จะตื่นเต้นไปทำไม พวกเราอยู่ด้วยกันทั้งคน” เหวินหวานปลอบเธอ โดยไม่ละสายตาจากสมองแสง
หลินอีส่งเสียงฮึดฮัด “ก็เพราะอยู่ทีมเดียวกับเธอนี่แหละ ฉันถึงกลัวว่าพวกเราสองคนจะเข้ากับเพื่อนร่วมทีมใหม่ไม่ได้”
เหวินหวานยกเท้าทำท่าจะเตะ หลินอีรีบขยับหนีไปด้านข้าง เยลลี่ในมือเธอพลอยสั่นตามไปด้วย
ขณะที่หลินอีกำลังใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากโถงทางเข้า
ซูจิ่งหงส์เดินเข้ามาจากประตู สีหน้าเป็นปกติ ราวกับกลับเข้าหอพักของตัวเอง
