ทั้งสามคนเดินไปคุยเล่นไป
พายุทรายเบาลงเล็กน้อย ฝีเท้าก็ไม่หนักอึ้งเหมือนก่อน
หลินอีดึงผ้าปิดหน้าขึ้นอีกหน่อย เสียงอู้อี้ลอดออกมา “ไม่ได้บอกหรือว่าการแข่งกินเวลาหนึ่งวัน? พวกเราเข้ามานานขนาดนี้แล้ว ทำไมยังไม่มีวี่แววว่าจะจบสักที”
นางพูดอย่างจริงจัง เพราะตั้งแต่เข้ามาในทะเลทรายจนถึงตอนนี้ ดวงอาทิตย์ก็เคลื่อนผ่านมาหลายมุมแล้ว แค่เดินก็ปาไปหลายชั่วโมง ทั้งยังเจอตำหนักใต้ดินและกำจัดแมลงไปแล้วด้วย
วันนี้นับอย่างไรก็ใกล้จะหมดแล้วไม่ใช่หรือ
เสิ่นเยี่ยนเจาหัวเราะหึ พลางหันมามองนางด้วยสายตาราวกับกำลังมองสัตว์หายาก “เจ้าไม่เคยเล่นเกมเสมือนจริงหรือไง เจ้าทหารดินเผาตัวน้อย?”
เส้นเลือดตรงหน้าผากหลินอีเต้นตุบ
ฉายาบ้าอะไรเนี่ย
แต่เสิ่นเยี่ยนเจาเห็นชัดว่าไม่คิดจะปล่อยนางไปง่าย ๆ เขาพูดต่อ “เกมเสมือนจริงกับโลกความจริงไม่ได้เดินเวลาเท่ากัน ผู้เชี่ยวชาญปรับอัตราส่วนเวลาได้ สูงสุดถึงหนึ่งต่อสิบ
เข้าใจไหม? เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมงในโลกจริง ที่นี่อาจผ่านไปไม่เท่าไรก็ได้ ส่วนจะได้ออกไปเมื่อไหร่ อันนี้บอกยากจริง ๆ”
หลินอีฟังแล้วนิ่งอึ้งไปสองวินาที จากนั้นสีหน้าก็ค่อย ๆ หม่นลง
หนึ่งต่อสิบ? หมายความว่าตอนที่นางนอนอยู่ในแคปซูลเสมือนจริงข้างนอก อาจเพิ่งผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ แต่ตัวนางต้องตากแดด ต่อสู้ และวิ่งอยู่ในนี้ต่อไปจนกว่าการแข่งขันจะสิ้นสุด
นี่มันอะไรกัน ซื้อหนึ่งแถมสิบ เป็นการทรมานฉบับยืดเวลาเรอะ?
นางคราง “อา” อย่างห่อเหี่ยวทันที แม้แต่ฝีเท้าก็หนักขึ้น
เสิ่นเยี่ยนเจาดูพอใจกับปฏิกิริยาของนางมาก ยังเสริมอีกว่า “ตอนนี้เข้าใจแล้วใช่ไหมว่าทำไมการแข่งขันเดี่ยวครั้งนี้ถึงจัดขึ้นในแคปซูลเสมือนจริง”
หลินอีกัดฟันกรอด ตัดสินใจไม่ถือสาเขา
เปลี่ยนเรื่องคุยดีกว่า
