ทั้งสองเดินเลียบแม่น้ำใต้ดินไปอย่างช้า ๆ ตามทิศทางลม
เมื่อสัมผัสได้ว่าพลังวิญญาณลดลง หลินอีก็รู้ว่าพวกเขาคงอยู่ไม่ไกลจากทางออกแล้ว
ทันทีที่ก้าวพ้นบันไดหิน วังใต้ดินด้านหลังก็หายวับไป
ทรายทะลักเข้ามาราวกับคลื่นถาโถม
ทั้งสองเพิ่งคลานออกมาจากกองทราย ยังไม่ทันหายหอบ ก็ได้ยินเสียงหึ่งที่ผิดปกติดังขึ้น
เสียงนั้นดังมาจากที่ไกล ๆ ต่ำทุ้ม ราวกับมีสิ่งของหนักมหาศาลกำลังสั่นสะเทือนด้วยความถี่สูงอยู่ในอากาศ
หลินอีเงยหน้าขึ้น เห็นเงาดำพุ่งผ่านเหนือเนินทรายจากระยะไกล ความเร็วไม่ช้า แต่บินเอียง ๆ คล้ายกำลังไล่ล่าอะไรบางอย่าง
เมื่อเงานั้นเข้ามาใกล้ขึ้น นางจึงมองเห็นชัดว่ามันคือแมลงบินตัวใหญ่พอ ๆ กับคน
ทั่วทั้งตัวเป็นสีดำแดง แผ่นเกราะบนหลังมีปีกโปร่งแสงสองคู่ พอกระพืออย่างรวดเร็วก็ทำให้เกิดระลอกคลื่นความร้อน
ปากมีลักษณะคล้ายตะขอโค้ง ขาแมลงทั้งหกขดอยู่ใต้ตัวราวกับหนามเหล็ก
หน้าตาดุร้ายจนน่าขนลุก เมื่อเทียบกับแมลงตัวนี้แล้ว แม้แต่งูตัวนั้นยังดูน่ารักขึ้นมา
ตรงที่มันบินผ่าน เม็ดทรายถูกกดให้แยกออกเป็นสองฝั่ง ราวกับมีใครใช้ดาบฟันอากาศจนเกิดรอยแยก
“นั่นมันตัวบ้าอะไร...” เสิ่นเยี่ยนเจาพึมพำเสียงต่ำ
หลินอีไม่ได้ตอบ เพราะนางเห็นแล้ว
มีคนกำลังวิ่งหนีอยู่ข้างหน้าแมลง
คนผู้นั้นสวมชุดรบสีเทาอมเขียวของสถาบันซั่วเฟิง รูปร่างสูงผอม กำลังเคลื่อนตัวไปมาระหว่างเนินทรายด้วยความเร็วสูง
แต่ต่อให้วิ่งเร็วแค่ไหน ก็ยังเร็วสู้สิ่งที่มีปีกไม่ได้
