ทั้งสามเดินเที่ยวถนนร้านค้าอยู่รอบหนึ่ง ต่างก็ซื้อของติดมือมาบ้าง
นอกจากเตาหลอมอุปกรณ์สีเงินอมเทาขนาดเล็กสำหรับมือใหม่แล้ว หลินอียังซื้อเศษแร่ระดับหนึ่งราคาถูกที่สุดมาหลายชิ้น ตั้งใจเอากลับไปฝึกมือ
เหวินหวานเลือกซื้อเสื้อแห้งไวสำหรับใส่ริมทะเลมาหลายตัวกับหมวกกันแดดหนึ่งใบ แล้วยังยัดกิ๊บติดผมทำจากเปลือกหอยสองอันกับที่คาดผมสีฟ้าน้ำทะเลให้หลินอีด้วย
ซูจิ่งหงส์ไม่ได้ซื้อของชิ้นใหญ่ เพียงซื้อผ้าพันด้ามดาบเพิ่มมาสองสามม้วน กับผ้าน้ำมันหนึ่งห่อสำหรับดูแลอาวุธ
พอทั้งสามเดินพ้นหัวถนนออกมา ในมือของแต่ละคนก็มีของเพิ่มขึ้นมาหลายชิ้น
กลับถึงค่าย ทั้งสามก็เริ่มเก็บข้าวของเป็นครั้งสุดท้าย
ที่จริงของขายไปเกือบหมดแล้ว ของที่เหลือก็เก็บเข้าหรือไม่ก็ห่อใส่ถุงไว้ในแหวนมิติของเหวินหวานแล้ว เพียงแต่เต็นท์ เครื่องครัว และของใช้จุกจิกยังต้องจัดเก็บอีกครั้ง
หลินอีกำลังก้มพับถุงนอน หางตาก็เหลือบไปเห็นถังพลาสติกใบหนึ่งตรงมุมห้อง
มือของนางชะงัก ในนั้นยังมีน้ำอยู่ครึ่งถัง ผิวน้ำมีสาหร่ายทะเลลอยอยู่สองสามเส้น ส่วนหอยมือเสือยักษ์สองตัวนอนนิ่งอยู่ก้นถัง
“สมองปลาทองจริง ๆ!” หลินอียกมือขึ้นตบหัวตัวเองหนึ่งที
เมื่อวานยังพูดอย่างมั่นอกมั่นใจว่าจะเปิดเปลือกหอยแท้ ๆ แต่สุดท้ายเรื่องเปิดเทอมก่อนกำหนดก็ทำให้นางกระวนกระวายใจไปทั้งคืน วันนี้ยังมัวแต่เพลิดเพลินกับการเดินซื้อเตา จนลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
“นี่ฉันเริ่มแก่จนความจำเสื่อมแล้วหรือไง” นางพึมพำเสียงเบา ก่อนย่อตัวลงข้างถังอย่างหงุดหงิดตัวเอง
เหวินหวานได้ยินเสียงจึงเดินเข้ามา ก้มมองแล้วตบหน้าผากตัวเองเบา ๆ เช่นกัน “อ้อ ข้าก็ลืมเหมือนกัน”
นางโบกมืออย่างไม่ใส่ใจ “เอากลับไปเปิดเล่นที่บ้านเถอะ แต่ตกลงกันก่อนนะ ถ้าเจอของดีต้องแบ่งข้าด้วยล่ะ” พูดจบยังขยิบตาให้หลินอีอีกด้วย
หลินอียังไม่ทันตอบ ซูจิ่งหงส์ก็เดินเข้ามาหา ย่อตัวลงยกถังที่ใส่หอยมือเสือขึ้น “ข้าถือเอง”
ท่าทางของเขาเป็นธรรมชาติราวกับแค่ช่วยถือของให้เท่านั้น
หลินอีไม่ได้เกรงใจ นางยัดของจุกจิกที่เหลือใส่เป้ แล้วจัดหมึกตัวน้อยบนไหล่ให้เข้าที่
