กลางดึก หลินอีนอนพลิกไปพลิกมาอย่างไรก็หลับไม่ลง
เสียงลมทะเลพัดกระทบเต็นท์ดังใกล้บ้างไกลบ้าง บางครั้งยังมีเสียงคนจากทีมอื่นเดินไปเดินมาพูดคุยอยู่ด้านนอกปะปนมาด้วย
ในหัวของเธอสับสนวุ่นวาย เดี๋ยวก็เป็นใบหน้ายิ้มแย้มของอาจารย์ เดี๋ยวก็เป็นฝูงชนเนืองแน่นหน้าประตูโรงเรียนในวันจันทร์หน้า แล้วก็วกกลับไปที่หอยทะเลสองตัวซึ่งยังไม่ได้แกะ
กว่าจะเคลิ้มหลับไปได้อย่างยากเย็น ก็สะดุ้งตื่นเพราะฝันร้าย
ในฝัน เธอมาสายและถูกอาจารย์จิ้งจอกยิ้มขวางอยู่หน้าประตู อาจารย์ยิ้มอ่อนโยนกว่าปกติ แต่คำพูดกลับเป็นว่า “นักเรียนหลินอี ข้อมูลการฝึกฝนภาคสนามของเธอยังไม่เพียงพอ แนะนำให้เลื่อนการจบการศึกษาออกไป”
เธอสะดุ้งตื่นทันทีด้วยความตกใจ แผ่นหลังเย็นเฉียบไปหมด แม้แต่เจ้าหมึกน้อยยังถูกท่าทางกระตุกกะทันหันของเธอทำให้สะดุ้งจนเด้งจากข้างหมอน ร่างนิ่มยวบตกลงไปในซอกคอ หนวดเกาะเกี่ยวมั่วซั่วอยู่สองสามที ก่อนจะขดเป็นก้อนแล้วนิ่งไป
ฟ้าเพิ่งเริ่มสาง หลินอีก็ลุกขึ้นนั่งด้วยสีหน้าหม่นคล้ำ
ใบหน้าซีดเซียว ใต้ตาคล้ำเขียว ดูราวกับถูกปีศาจสูบเรี่ยวแรงไปครึ่งหนึ่ง
เธอนั่งนิ่งไปสองสามวินาที ก่อนจะรู้สึกเย็นวาบที่ลำคอ พอก้มลงดูก็เห็นหมึกดัมโบ้คลานขึ้นมาเกาะบนไหล่ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
หนวดน้อยทั้งแปดพาดอยู่หลวม ๆ ลำตัวสีชมพูขยับขึ้นลงตามลมหายใจของเธอ ราวกับวุ้นกึ่งโปร่งแสงแปะอยู่บนกระดูกไหปลาร้า
เธอยกมือสะกิดมันเบา ๆ หมึกน้อยลืมตาขึ้นอย่างสะลึมสะลือ ใบหูอวบสั่นดุ๊กดิ๊ก ก่อนจะขยับไปซุกตรงซอกคอของเธออีกครั้ง ดูราวกับเด็กที่ไม่ยอมลุกจากเตียง
“แค่ได้ยินว่าจะไปโรงเรียนก็หดหู่ขนาดนี้เลยหรือ?” เหวินหวานตื่นแล้ว เธอนั่งขัดสมาธิอยู่ข้าง ๆ พลางหวีผม พอเห็นสภาพย่ำแย่ของหลินอีก็อดหัวเราะไม่ได้
หลินอีขยี้ตา เสียงแหบพร่าราวกับเค้นออกมาจากลำคอ “นี่เป็นครั้งแรกช่วงนี้เลยที่ฉันนอนทรมานขนาดนี้”
