หลินอีรู้สึกอยากกินขึ้นมานิดหน่อย จนอดกัดนิ้วตัวเองเบา ๆ ไม่ได้
เธอกำลังนอนคว่ำอยู่บนเตียง ไถดูเน็ตดาว ในหัวก็ยังคิดถึงวิธีทำปูที่เห็นเมื่อครู่ เนื้อปูขาวนุ่ม ไข่ปูหวานสดใหม่ ปูนึ่งวุ้นเส้นกระเทียม ปูผัดต้นหอมขิง ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากกิน จนเผลอเอาข้อนิ้วชี้มือซ้ายเข้าปากแล้วกัดโดยไม่รู้ตัว
หืม? จู่ ๆ เธอก็รู้สึกเหมือนฟันกัดโดนอะไรบางอย่าง จนสะดุดอยู่ครู่หนึ่ง
ความเย็นแผ่วเบาจนแทบไม่อาจสังเกตได้ แผ่จากจุดหนึ่งบนข้อนิ้วไปถึงปลายลิ้น
เธอดึงนิ้วออกจากปาก แล้วยกขึ้นมาดูใกล้ ๆ
บนนิ้วชี้มือซ้ายมีลวดลายวงหนึ่งเพิ่มขึ้นมา
มันจางมาก ราวกับวาดด้วยหมึกสีอ่อนที่เจือจางซ้ำแล้วซ้ำเล่า หรือไม่ก็เหมือนสีของเส้นเลือดใต้ผิวหนัง จางจนแทบกลืนไปกับสีผิว
เธอพลิกมือไปมา ปรับมุมอยู่หลายครั้ง กว่าจะพอมองเห็นลวดลายนั้นได้ชัดขึ้น เถาวัลย์สีเขียวเส้นเล็กพันรอบนิ้วอยู่สองสามรอบ ไม่ใช่แหวนวงกลมทั่วไป หากพันเกี่ยวกันอย่างเป็นธรรมชาติ ดูราวกับมีชีวิตและแนบสนิทอยู่บนผิวหนัง
บนเถาวัลย์ยังมีจุดเล็ก ๆ อยู่หลายจุด ขนาดใหญ่กว่าปลายเข็มเพียงนิดเดียว ต้องยกมาดูใกล้ ๆ จึงเห็นว่าเป็นผลกลม ๆ สีฟ้าอ่อนหลายลูก ดูคล้ายอัญมณีเม็ดจิ๋วที่ประดับอยู่บนเถาวัลย์
ลวดลายทั้งหมดดูกลมกลืนเป็นธรรมชาติ ไม่เหมือนถูกวาดขึ้นมา กลับดูราวกับงอกออกมาจากผิวหนังของเธอ
หลินอีกะพริบตา แล้วกะพริบอีกครั้ง เธอยกนิ้วไปส่องใต้โคมไฟข้างเตียง ลวดลายนั้นดูเหมือนจะสว่างขึ้นเล็กน้อยเมื่อโดนแสง แต่ก็เหมือนไม่ได้เปลี่ยนไปเลย
เธอลดมือลง ลายวงนั้นก็เลือนหายกลับเข้าไปใต้ผิวหนังทันที หากไม่สังเกตให้ดีแทบมองไม่เห็น
“นี่มันมีมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...”
เธอเกาศีรษะ พยายามนึกย้อนกลับไป
ก่อนออกเดินทางไปป่าผิงเหย่หรือเปล่า? จำไม่ได้ ตอนอยู่ในป่าล่ะ? ก็ไม่ได้สังเกต
