“เหนื่อยจัง เหนื่อยจัง เหนื่อยจัง ฉันเหนื่อยจริง ๆ”
หลินอีฮัมเพลงเพี้ยน ๆ พลางผลักประตูบ้านชั้นเดียวหลังเล็กในเขตชานเมืองวงแหวนที่สิบแปดเข้าไป
บานพับส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดคุ้นหู ราวกับกำลังต้อนรับเธอกลับบ้าน
เธอไม่มีอารมณ์ตอบรับ จึงใช้เท้าดันประตูปิด แล้วปลดเป้ใบใหญ่บนหลังโยนลงพื้น เป้กระแทกพื้นดินแข็งดังตุบ
หัวไหล่เบาหวิวขึ้นมาทันที ราวกับจะลอยได้ เธอเผลอถอนหายใจยาวออกมา
ในบ้านเงียบสนิท ทุกอย่างเหมือนตอนก่อนที่เธอจะออกไปไม่มีผิด ผ้าห่มบางที่ไม่ได้เก็บก่อนออกเดินทางยังวางอยู่บนเตียง หลอดน้ำสารอาหารเปล่าที่ยังไม่ได้ทิ้งก็ยังคาอยู่ในถังขยะ ส่วนข้างโต๊ะปรุงยามีตัวอย่างยาอยู่หลายขวดที่ยังไม่ได้เก็บเข้าที่
หลินอีไม่สนใจความรกเหล่านั้น เธอนั่งยอง ๆ แล้วหยิบท้อวิญญาณกับมันเทศออกจากเป้าทีละชิ้น เรียงวางอย่างเป็นระเบียบในตู้เย็นเก่าที่ส่งเสียงหึ่ง ๆ อยู่ตรงมุมห้อง
ตู้เย็นเป็นหนึ่งในเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่กี่ชิ้นในบ้านของเธอ เธอได้มาจากตลาดของมือสอง ประสิทธิภาพการทำความเย็นพอใช้ได้ เสียงดังไปหน่อย แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี
ท้อวิญญาณต้องรีบกิน เก็บไว้ได้ไม่นาน ส่วนมันเทศเก็บได้สิบวันครึ่งเดือน
เธอคำนวณเสบียงสำหรับสองสามวันข้างหน้า ก่อนยัดมันเทศถุงสุดท้ายไว้ชั้นล่างสุดของตู้เย็น แล้วตบมืออย่างพึงพอใจ
จากนั้นก็รีบอาบน้ำให้เสร็จอย่างรวดเร็ว
สายน้ำอุ่นชะล้างเศษหญ้าที่ติดอยู่ในเส้นผม ดินตามซอกเล็บ และคราบเลือดที่เหลืออยู่รอบบาดแผล ทั้งยังชะกลิ่นปนเปของป่ากับทะเลทรายบนตัวเธอออกไปด้วย
