หลินอีกับเหวินหวานโผล่พ้นผิวน้ำ ต่างกลืนยาอีกคนละเม็ด ก่อนพลิกตัวดำลงไปอีกครั้ง
หม้อเหล็กกับเยลลี่อยู่บนเรือ ทั้งหม้อทั้งก้อนหมอบอยู่ข้างกราบเรือ ดวงตาสี่ข้างจ้องผิวน้ำไม่กะพริบ
คราวนี้ทั้งสองแยกกันไปคนละทาง เหวินหวานว่ายออกไปด้านนอกของแนวโขดหิน ส่วนหลินอีแนบตัวไปตามด้านใน ค่อย ๆ สำรวจอย่างระมัดระวัง
โลกใต้ทะเลยังคงเหมือนเดิม มีโขดหิน สาหร่ายทะเล และฝูงปลาตัวเล็ก ๆ ว่ายผ่านเป็นครั้งคราว ไม่มีอะไรแปลกใหม่
หลินอีว่ายวนอยู่รอบหนึ่ง นอกจากเศษแร่เหล็กลายครามคุณภาพธรรมดาอยู่สองสามชิ้น ก็ไม่พบอะไรเลย
เธอยังไม่ยอมแพ้ จึงแนบตัวค้นตามซอกโขดหินอีกพักหนึ่ง แหวกสาหร่ายทะเลออกไปหลายกอ แต่ข้างใต้กลับว่างเปล่า กระทั่งปูสักตัวยังไม่เห็น
ดูท่าคนเราคงโชคดีไปตลอดไม่ได้ สงสัยช่วงหลายวันก่อนเธอจะใช้โควตาโชคดีหมดไปแล้ว
ขณะที่กำลังจะว่ายกลับ หางตาก็เหลือบเห็นบริเวณหนึ่งตรงฐานโขดหินที่มีสีแตกต่างจากรอบข้าง
เธอว่ายเข้าไปใกล้ แล้วพบว่ามันเป็นซากปะการัง
ปะการังตายแล้ว เหลือเพียงโครงกระดูกที่กลายเป็นหินปูน มีทั้งแบบกิ่งไม้ แบบพัด และอีกหลายกอที่แตกแขนงคล้ายเขากวาง
แม้สีจะซีดจางไปมาก แต่รูปทรงยังสมบูรณ์ บางชิ้นยังมีลวดลายละเอียดอยู่บนผิว
หลินอีเก็บชิ้นที่สภาพดีใส่ไว้ในมิติหลายชิ้น ตั้งใจจะนำกลับไปด้วย
ของพวกนี้แม้จะไม่ค่อยมีราคา แต่รูปทรงสวยงาม จะเอาไปตั้งประดับในหอพักก็ดี หรือวางเป็นไม้กระถางไว้ในบ้านก็ได้
