ขั้นเจ็ด?! หลินอีมองเหวินหวานอย่างตะลึงงัน
“ข้าไม่เคยบอกหรือ?” เหวินหวานเกาศีรษะ
“แน่นอนว่าไม่เคย พี่ชายเจ้าเก่งกาจขนาดนั้นเชียวหรือ?” หลินอีถามอย่างอดใจรอไม่ไหว
เหวินหวานตั้งท่า เตรียมเล่าอย่างละเอียด “พี่ชายข้าเป็นอัจฉริยะของบ้าน ความสามารถของเขาไม่ต้องสงสัยเลย ไม่อย่างนั้นกองทัพจะส่งเขามาสำรวจและขุดเจาะดาวดวงใหม่ทำไม”
หลินอีพยักหน้า จากนั้นก็ฟังเหวินหวานแจกแจงวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของเหวินอวี่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ฟังจนหลินอีชักอยากสร้างผลงานให้ตัวเองบ้าง...
รออีกพักหนึ่ง ในที่สุดก็มีฟองอากาศผุดขึ้นมาเป็นสายบนผิวน้ำ
เหวินอวี่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา ตามหลังมาด้วยสมาชิกทีมอีกสามคน ทั้งสี่คนปีนขึ้นเรือเล็กอย่างคล่องแคล่ว
เหวินอวี่ถอดหน้ากากออก กวาดตามองมาทางพวกนางแล้วพยักหน้า หมายความว่าจัดการเรียบร้อยแล้ว
จากนั้นเขาก็แจ้งคนอื่น ๆ ว่า “เปลี่ยนอุปกรณ์ แล้วลงไปดูกัน”
เมื่อทุกคนเตรียมพร้อมแล้ว หลินอีกับเหวินหวานก็กลืนยาเม็ดละลายออกซิเจนคนละเม็ด ก่อนจะปีนลงน้ำตามไป
ฝูงปลากะพงเกราะเงินถูกกำจัดจนหมดแล้ว บนผิวน้ำยังมีซากปลาหลายตัวลอยอยู่ เกล็ดสีเทาอมฟ้าสะท้อนประกายเย็นเยียบใต้แสงอาทิตย์
ยิ่งดำน้ำลึกลงไป แสงก็ยิ่งมืดสลัว ทว่าตรงปากทางเหมืองกลับมีแสงสีขาวนวลส่องออกมา
หลินอีตามกลุ่มใหญ่เข้าไปในปากถ้ำ ก่อนจะหยุดชะงักอยู่กับที่
เหมืองแห่งนี้ใหญ่กว่าที่นางจินตนาการไว้มาก
เมื่อเข้าไปแล้ว ภายในก็เปิดโล่งกว้าง ผนังถ้ำตั้งแต่เพดานจรดพื้นล้วนเป็นผลึก
ผลึกสีขาวแวววาวเรียงแน่นอยู่บนผนังหิน ลำแสงจากปากถ้ำส่องเข้ามาแล้วหักเหเป็นประกายระยิบระยับนับไม่ถ้วน
