ออกทะเลตอนรุ่งสางอีกแล้ว หลินอีหาวหวอดพลางพิงราวเรือ
คราวนี้พวกนางมุ่งหน้าไปยังชายฝั่งแห่งหนึ่ง เรือไม่ได้เทียบท่าเกาะ แต่แล่นลาดตระเวนไปตามแนวโขดหินอย่างช้า ๆ
หลินอีเดินไปที่กราบเรือ มองเห็นแนวชายฝั่งเบื้องหน้าอยู่ไกล ๆ และเห็นดอกไม้สีชมพูอ่อนปกคลุมอยู่เต็มไปหมด
ดอกไม้เหล่านั้นไม่ใหญ่ ดอกหนึ่งมีขนาดแค่เล็บมือ แต่เรียงรายแน่นขนัดปกคลุมชายฝั่งตลอดแนว ตั้งแต่เชิงโขดหินยาวไปจนถึงบริเวณน้ำตื้น ราวกับมีใครปูผ้าแพรสีขาวอมชมพูไว้บนชายฝั่ง
น้ำทะเลกำลังขึ้น คลื่นลูกแล้วลูกเล่าซัดเข้าหาฝั่ง กระทบขอบพงดอกไม้
กลีบดอกที่ถูกน้ำทะเลท่วมค่อย ๆ แย้มบาน เผยเกสรสีฟ้าอ่อนด้านใน พลังวิญญาณซึมออกจากเกสร ควบแน่นเป็นหยดน้ำเม็ดเล็กจิ๋วบนผิวกลีบ เกาะอยู่ตรงขอบเป็นประกายระยิบระยับ
“นี่คือดอกบุปผาคลื่นสินะ” หลินอีพึมพำ แม้มองแยกดอกจะดูธรรมดา แต่พออยู่รวมกันเป็นผืนแล้วงดงามชวนตะลึงจริง ๆ
ก่อนหน้านี้นางเคยได้ยินเหวินหวานบรรยายถึงมัน แต่การได้เห็นด้วยตาตัวเองนั้นแตกต่างออกไป
ดอกไม้ตลอดแนวชายฝั่งพร้อมใจกันแย้มบาน พลังวิญญาณจาง ๆ แผ่กระจายออกมา
เหวินหวานชะโงกมาดู สูดจมูกฟุดฟิด “หอมเหมือนกันนะ”
หลินอีพาดตัวกับกราบเรือมองอยู่นาน กว่าจะยอมละสายตากลับมาอย่างอาลัยอาวรณ์
วันนี้นางยังมีเรื่องต้องทำ
นางล้วงยาเม็ดละลายออกซิเจนรุ่น 2.0 ที่ปรุงเสร็จเมื่อคืนออกมาจากกำไล
ยาเม็ดสีฟ้าอ่อน กลมเกลี้ยงผิวเรียบ และเล็กกว่ารุ่นก่อนอยู่รอบหนึ่ง
เหวินหวานชะโงกเข้ามาดู ก่อนจะเหลือบมองรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่หลินอีซ่อนไม่มิด แล้วถอยหลังไปครึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ
“อยากลองประสิทธิภาพของรุ่น 2.0 นี่ไหม?” หลินอียื่นยาเม็ดไปข้างหน้าเล็กน้อย
