ทั้งสองเดินไปตามทิศทางที่มีแสงสะท้อนอยู่ได้ไม่นาน หลินอีก็เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ทรายใต้เท้านุ่มขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับกำลังเหยียบอยู่บนสิ่งที่ร่วนซุย
ตอนแรกเท้าจมลงไปเพียงเล็กน้อย เดินไม่กี่ก้าวก็ถอนขึ้นมาได้ แต่ต่อมา ทุกครั้งที่เหยียบลงไป ผืนทรายก็ท่วมขึ้นมาถึงหลังรองเท้าบูต
หลินอีก้มมอง เม็ดทรายใต้เท้ากำลังไหลเคลื่อนอย่างช้า ๆ ราวกับมีชีวิต กระจายออกไปทุกทิศทาง
หัวใจเธอกระตุกวูบ เงยหน้าขึ้นทันทีแล้วตะโกนว่า “เสิ่นเยี่ยนเจา อย่าขยับ!”
เสิ่นเยี่ยนเจาหยุดเช่นกัน เขาก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
ผืนทรายใต้เท้าทั้งสองเริ่มยุบตัวลงเป็นวง ๆ โดยมีพวกเขาเป็นศูนย์กลาง
หลินอีคิดจะถอยตามสัญชาตญาณ แต่พอขยับเท้าไปด้านหลัง ร่างกลับจมลึกกว่าเดิม ทรายราวกับมือเล็ก ๆ นับไม่ถ้วนที่กำขาเธอไว้แน่น แล้วดึงลงไปใต้พื้น
เสิ่นเยี่ยนเจายื่นมือมาคว้าเธอ ทว่าตัวเขาเองก็ถูกดึงจนเซไปข้างหน้า ขาทั้งสองข้างจมลงไปในทราย
“ทรายดูด!” เสียงของหลินอีสั่นพร่า
เธอนึกถึงความรู้เรื่องการเอาชีวิตรอดที่เคยอ่านมา บังคับตัวเองให้หยุดดิ้นรน แล้วเอนตัวไปด้านหลังให้มากที่สุดเพื่อเพิ่มพื้นที่สัมผัส
เสิ่นเยี่ยนเจาเองก็ไม่กล้าขยับสุ่มสี่สุ่มห้า เขากัดฟันพูดว่า “อย่าตกใจ ข้าจะลองใช้พลังธาตุน้ำดู”
เขายกมือขึ้น พลังวิญญาณสีฟ้าอ่อนซึมออกมาจากฝ่ามือ แทรกลงไปในทรายใต้เท้าทั้งสองราวกับสายน้ำ
แต่ไอน้ำเพียงน้อยนิดนี้ไม่พอ ผืนทรายราวกับปากแห้งผากที่กลืนไอน้ำเหล่านั้นลงไปจนหมด
