ยามดึกสงัด ผู้คนหลับใหล
กลางกออ้อริมแม่น้ำ เรือน้อยลำหนึ่งลอยเข้ามาอย่างเงียบเชียบ
นักเลงหัวไม้หลิวซานจอดเรือน้อยให้มั่นคง จากนั้นก็ถูมือไปมา ดวงตาขุ่นมัวเผยรอยยิ้มชั่วร้าย
“นี่เป็นถึงสตรีสูงศักดิ์เชียวนะ ข้าหลิวซานผ่านสตรีมานับไม่ถ้วน แต่ยังไม่เคยแตะต้องสตรีเช่นนี้มาก่อน”
เขาชักมีดสั้นจากด้านหลังเอวออกมา แล้วใช้มันตัดเชือกฟางที่มัดกระสอบป่านอย่างตื่นเต้น
“จะโทษก็โทษน้องชายเจ้าเถิด ใครใช้ให้มันใจดำถึงขั้นทำให้เจ้าจมน้ำตาย ในเมื่อเจ้าก็ต้องตายอยู่แล้ว ไม่สู้ให้ข้าได้สุขสมเสียก่อน!”
หลิวซานยิ่งยิ้มยิ่งหื่นกระหาย เขากระชากกระสอบป่านจนปากอ้าออก แล้วลากคนข้างในออกมาครึ่งตัว
ทว่าอาศัยแสงจันทร์ เขากลับเห็นว่าคนในกระสอบมิใช่หญิงสาว แต่เป็นคุณชายรองสวี่หมิงเจิง!
ใบหน้าของสวี่หมิงเจิงเขียวคล้ำ ซีดขาว ดวงตาปิดสนิท เลือดบนหน้าผากแห้งกรังติดแนบแก้ม
หลิวซานตกใจจนหน้าถอดสี “คะ...คุณชายรอง?”
เขากรีดร้องด้วยความหวาดกลัว แล้วยกเท้าเตะสวี่หมิงเจิงลงแม่น้ำทันที
ก้อนหินในกระสอบหนักอึ้ง ฉุดสวี่หมิงเจิงจมลงสู่ใต้น้ำ
“ไม่ใช่ข้าฆ่า ไม่ใช่ข้าฆ่า!” หลิวซานลนลาน รีบเรียกพวกพ้องให้พายเรือหนีไปจากที่นี่โดยเร็ว
พวกพ้องของเขาลังเลเล็กน้อย “จะปล่อยไว้เช่นนี้หรือ? เกิดเขายังไม่ตายขึ้นมาล่ะ!”
“เจ้าโง่หรืออย่างไร!” หลิวซานตะคอกด่า “ไม่ว่าเขาจะตายหรือไม่ จวนกั๋วกงเวยเห็นเขาในสภาพเช่นนั้น ย่อมฆ่าพวกเราสองคนแน่ รีบไป!”
*
ก๊อก ก๊อก—
ก๊อก ก๊อก ก๊อก—
เสียงเคาะประตูรัวเร็วดังขึ้น คล้ายมีคนกำลังเคาะอยู่
ภายในห้องอันมืดสลัว เสียงกรีดร้องอันน่าเวทนาของฮูหยินสวี่พลันดังขึ้น
พี่เลี้ยงชางรีบถือโคมไฟผลักประตูเข้ามา
“ฮูหยิน ฮูหยิน! เป็นอะไรไปเจ้าคะ ฝันร้ายหรือเจ้าคะ?”
พี่เลี้ยงชางจุดเทียนในโคมผ้าโปร่ง แสงอุ่นพลันสว่างไสวทั่วห้อง
