องครักษ์เข้าไปลากตัวสวี่โหรวเจิง
“ท่านแม่ ท่านพ่อ!!” นางร่ำไห้ร้องเรียกจนแทบขาดใจ
สวี่ฮูหยินโอบกอดสวี่หมิงเจิง คุกเข่าอยู่บนพื้น หลั่งน้ำตาเงียบงัน
กั๋วกงเวยเบือนหน้าหนี ทนมองต่อไปไม่ไหว
มีเพียงสวี่จิ้งหยางที่ยืนนิ่ง มองสวี่โหรวเจิงอย่างเงียบงัน
ภาพที่นางถูกคนสองคนลากไป ทำให้สวี่จิ้งหยางอดนึกถึงตนเองในชาติก่อนไม่ได้
เพื่อส่งนางไปแต่งงานที่อิวโจว มารดาป้อนยาสลายกระดูกให้นาง ทั้งยังปล่อยให้น้องชายทำลายมือทั้งสองข้างของนาง
วันคล้ายวันเกิดของมารดา องค์หญิงใหญ่เสด็จมา สวี่จิ้งหยางฉวยโอกาสวิ่งเข้าไปขอให้องค์หญิงใหญ่ทรงตัดสินให้ความเป็นธรรม
นางเปิดเผยชาติกำเนิดของตน เล่าถึงสิ่งที่ประสบมา วิงวอนให้องค์หญิงใหญ่ช่วยชีวิตนาง
แต่ในตอนนั้น สวี่โหรวเจิงพูดว่าอย่างไรนะ?
ยามนั้นนางได้รับเลือกให้เป็นพระชายารัชทายาทแล้ว สวมขนสุนัขจิ้งจอก ดวงตาแดงก่ำ พลางเอ่ยว่า
“พี่หญิงใหญ่มาหลายปีแล้วยังทำใจยอมรับการจากไปของพี่ชายไม่ได้ จนเป็นโรคเสียสติ อาการยิ่งทรุดหนักลงทุกที”
กล่าวจบ นางก็ร่ำไห้จนหัวใจแทบแตกสลาย ปากยังพร่ำเรียก “พี่ชาย”
เพราะนางร้องไห้ ทุกคนจึงพากันเข้าไปปลอบ สวี่จิ้งหยางก็ถูกบ่าวที่ตามมาลากตัวออกไปเช่นนั้น
ชั่วขณะนั้น สวี่จิ้งหยางเกลียดชังยิ่งนัก
นางยกทั้งฐานะและทุกสิ่งให้สวี่โหรวเจิงไปหมดแล้ว เหตุใดสวี่โหรวเจิงจึงไม่เหลือทางรอดให้นางแม้สักเส้น?
บัดนี้ความทุกข์ยากตกอยู่กับสวี่โหรวเจิงเสียเอง ไม่รู้ว่านางจะรู้สึกสิ้นหวังบ้างหรือไม่?
สวี่จิ้งหยางปล่อยให้นางตายเสียในตอนนี้ แทนที่จะลงโทษด้วยการแล่เนื้อเถือหนัง ก็ถือว่าไว้ไมตรีแล้ว
“รอก่อน ขอทุกท่านรอสักครู่ บ่าวจับตัวผู้กระทำผิดได้แล้ว!” เสียงพี่เลี้ยงชิงดังมาจากหน้าประตู
สวี่จิ้งหยางหันไปมองทางประตู เห็นพี่เลี้ยงชิงลากสาวใช้คนหนึ่งเข้ามา
