ใบหน้าอ่อนโยนขององค์รัชทายาทหันมายังสวี่จิ้งหยาง
“คุณหนูใหญ่สวี่กล่าวได้ไม่ผิด หมอวินิจฉัยโรคแล้วยังกล้าหลอกลวงเจ้าบ้าน สมควรตายจริง ๆ”
ถ้อยคำแผ่วเบาเพียงประโยคเดียว ทำให้หมอที่คุกเข่าอยู่กับพื้นตกใจจนตับไตไส้พุงแทบแตก
เขาโขกศีรษะอย่างบ้าคลั่ง “ฝ่าบาท! ข้าน้อยบริสุทธิ์! ข้าน้อยถูกผู้อื่นสั่งให้ทำทั้งนั้น!”
ยามชีวิตตกอยู่ในอันตราย เงินมากมายเพียงใดก็ซื้อใจไม่สำเร็จแล้ว หมอรู้ดีว่าหากไม่สารภาพความจริง เขาต้องตายอย่างแน่นอน
สายตาขององค์รัชทายาทที่ดูอ่อนโยน ทว่าลึกล้ำเย็นเยียบ กวาดมองคนตระกูลสวี่
เห็นแต่ละคนมีสีหน้าแตกต่างกัน พยายามฝืนสงบ ทว่ามีเพียงสวี่จิ้งหยางที่งามสง่าเปี่ยมสง่าราศี ยืนหลังตรงอยู่ตรงนั้น ราวกระดูกหยกที่ไม่ยอมโค้งงอหรือหักสะบั้น
ดูท่านางจะไร้มลทินในใจ น่าสนใจจริง ๆ
องค์รัชทายาทกำลังจะตรัส ทว่าสวี่จิ้งหยางเอ่ยขึ้นก่อน “ใครเป็นคนสั่ง ท่านก็ชี้ตัวออกมาตรง ๆ เถิด มิฉะนั้นก็เท่ากับกล่าววาจาเหลวไหล ใส่ร้ายกั๋วกงที่ฝ่าบาททรงแต่งตั้ง โทษของท่านจะหนักขึ้นอีกขั้น”
ฮูหยินสวี่แทบเป็นลม
บ้าไปแล้ว! บ้าจริง ๆ! สวี่จิ้งหยางไม่รักชีวิตแล้วหรือ นางคิดจะทำให้คนทั้งตระกูลตายจริง ๆ!
ขาของนางอ่อนยวบ สวี่โหรวเจิงที่อยู่ข้างหลังรีบประคองไว้
ยามนี้จะล้มลงไม่ได้เด็ดขาด มิฉะนั้นองค์รัชทายาทต้องมองเห็นพิรุธแน่
กั๋วกงเวยสูดลมหายใจลึก ก่อนตำหนิเสียงเข้ม “จิ้งหยาง! ต่อหน้าฝ่าบาท อย่าได้เสียมารยาท”
องค์รัชทายาทตรัสอย่างสงบ “ท่านกั๋วกงไยต้องตำหนิคุณหนูใหญ่สวี่ด้วยเล่า เราเห็นว่านางทำได้เหมาะสมดี หากหมอผู้นี้ถูกคนในจวนของพวกท่านซื้อใจจริง ก็ต้องจัดการโดยเร็ว มิฉะนั้นปล่อยไว้ข้างกายย่อมเป็นภัย”
