บทที่ 4 บททดสอบของเทพธิดา
คนแรกที่ได้สติกลับคืนมาคือเด็กหญิงตัวน้อยนั่นเอง
นางมองมือของตัวเองอย่างตะลึงงัน
รอยแผลที่ถูกกิ่งไม้ข่วนกำลังสมานกัน แล้วตกสะเก็ด หลุดลอกออก เผยผิวสีชมพูอ่อนดุจผิวทารกแรกเกิด
ส่วนหญิงสาวข้าง ๆ นางก็ตะลึงเช่นกัน
แผลที่หน้าผากซึ่งเพิ่งกระแทกแตกไปเมื่อครู่สมานตัวแล้ว รอยเขียวช้ำที่เข่าจากการคุกเข่าก็จางหายไป แม้แต่แผลเก่าที่เอวจากรอยคานหาบก็ไม่เจ็บปวดอีก
ชายชราขาพิการลุกขึ้นยืนได้ เด็กที่ตัวร้อนไข้ขึ้นมาสามวันลืมตาขึ้นแล้วร้องเรียก "แม่" ชายหูหนวกกลับมาได้ยินเสียงอีกครั้ง...
[ค่าตกตะลึงของหวังชุนเถา +100]
[ค่าตกตะลึงของชุยซานย่า +100]
[ค่าตกตะลึงของเซิ่นอวี้ +100]
[...]
[ค่าตกตะลึงปัจจุบัน: 2350]
แสงสีทองยังคงโปรยปรายลงมา
ประหนึ่งสายฝนเงียบงันที่ไม่เร่งร้อน ไม่ชักช้า หยาดหยดลงบนร่างทุกคน ขจัดปัดเป่าความเจ็บปวดทางกายออกไป
บ้างก็คุกเข่า บ้างก็ยืน บ้างก็นอนฟุบร้องไห้โฮ บ้างก็จ้องมองมือเท้าตัวเองอย่างเหม่อลอย ราวกับไม่เชื่อว่ามันยังเป็นของพวกเขา
หยุนซูมองดูทุกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า สีหน้ายังคงเรียบเฉย ไม่ยินดี ไม่เศร้าโศก ใสสะอาดและเหินห่าง
จนกระทั่งเห็นว่าได้ที่ นางจึงเก็บปี้ลั่วเซียนหลาน อาวุธมือที่เพิ่งสุ่มได้กลับเข้าระบบพื้นที่เก็บของ
ต้นหลันในมือนางค่อย ๆ เลือนหายไป
แสงสีทองก็ค่อย ๆ จางตามลงไปด้วย
เหล่าผู้อพยพที่อยู่ตรงนั้นเริ่มโขกศีรษะไม่หยุด
ไม่ใช่การโขกด้วยความหวาดกลัวขอชีวิตเช่นคราวก่อน
แต่เป็นอาการหมอบกราบด้วยความศรัทธา เกือบจะบ้าคลั่ง หน้าผากกดลงกับพื้นดิน ไม่กล้าเงยขึ้นเป็นเวลานาน
"เทพเจ้าสำแดงอิทธิฤทธิ์!"
"เทพธิดาเมตตา... ใต้หล้าทรงเมตตา..."
"ขอบคุณเทพธิดา..."
"ใต้หล้า... สตรีผู้มอบศรัทธาจักสักการะพระองค์ไปชั่วชีวิต..."
เสียงต่าง ๆ ดังขึ้นสลับกันไปมา มีทั้งสูงและต่ำ มีทั้งร่ำไห้และหัวเราะ ผสมปนเปกันเป็นเสียงอึกทึกครึกโครมที่พร่าเลือน
หยุนซูมองดูผู้อพยพที่กำลังคุกเข่าหมอบอยู่แทบเท้า
ใบหน้าที่เงยขึ้นแฝงด้วยความศรัทธา ดวงตาอันขุ่นมัวสะท้อนสีสันของชายกระโปรงนาง เปรียบได้กับคนที่กำลังจมน้ำและไขว่คว้าเศษซากไม้ลอยน้ำชิ้นสุดท้าย
นางปริปาก เสียงใสสะอาดเยือกเย็น "ข้ามิใช่เทพของพวกเจ้า ไม่ต้องการให้พวกเจ้าสักการะ"
คำพูดนี้ตกไปถึงหูผู้อพยพทั้งหลาย ราวกับก้อนหินยักษ์ถูกทุ่มลงสระน้ำลึก
นางไม่ใช่เทพของพวกเขาหรือ?
ความสิ้นหวังเปรียบดั่งโรคระบาด แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว กัดกร่อนกินความยินดีก่อนหน้านี้จนหมดสิ้น
จิตใจของทุกคนค่อย ๆ ดิ่งลงสู่หุบเหว
ร่างกายหายดีแล้วจะอย่างไร ถ้าไร้ซึ่งการปกป้องจากเทพธิดา พวกเขาก็ยังคงอยู่ต่อไปไม่ได้
แต่พวกเขาล้วนเป็นแค่มนุษย์ปุถุชน ในสายตาของเทพยังไม่ต่างกับปลากุ้งในน้ำ พวกเขามีอะไรให้พระนางพักอยู่เล่า?
หยุนซูทิ้งระเบิดข่าวสำคัญนี้แล้วก็หมุนตัวกลับ ชายกระโปรงสีขาวสะอาดลากผ่านพื้นโคลนสกปรก ทว่ามิได้แตะเปื้อนแม้แต่เม็ดฝุ่น
ผลผลิตจากระบบจะต้องเป็นสินค้าชั้นเยี่ยม
นางหลุบตาหงส์ลง ขนตาอ่อนเบาบางเก็บซ่อนแสงบางอย่าง รอบร่างแผ่รัศมีเยือกเย็นเป็นทิพย์ ดุจเทพธิดาจากสรวงสวรรค์ชั้นเก้าทอดพระเนตรโลกหล้า
ฝีเท้าเบาเยื้องย่าง กระโปรงปลิวไสวแม้ไร้ลม
ทุกย่างก้าวเหยียบลงบนจิตใจของผู้คน เป็นกิริยางามสง่าเกินผู้ใดจะล่วงเกิน เป็นภาพที่ยากจะลืมเลือนไปชั่วชีวิต
เมื่อมาถึงริมธารน้ำ นางมิได้หยุดแต่อย่างใด ปลายเท้าแตะเบา ๆ บนผิวน้ำที่พร่างพรายแสงระยิบระยับ แล้วก็ลอยตัวขึ้นกลางอากาศ
หนึ่งก้าว สองก้าว ก้าวแล้วก้าวเล่าสูงขึ้นทีละขั้น ย่ำไปบนความว่างเปล่า ชายกระโปรงพลิ้วไหว รัศมีสวรรค์น่าเกรงขาม
ทุกคนเงยหน้ามองอย่างกลั้นหายใจ ดวงตาฉายแววตะลึงพรึงเพริด
[ค่าตกตะลึงของเซิ่นอวี้ +100]
[ค่าตกตะลึงของจางซาน +100]
[...]
[ค่าตกตะลึงปัจจุบัน: 3150]
"ขอส่งเทพธิดาด้วยความเคารพ..."
"ใต้หล้า..."
เทพธิดาที่อยู่ในสายตาของทุกคน แท้จริงแล้วตอนนี้กำลังมองหาจุดลงเท้าถัดไปด้วยใบหน้าไร้อารมณ์
ระบบกับนางมีความเข้าอกเข้าใจกันแทบเป็นศูนย์
มันบินไปมาใกล้บ้างไกลบ้าง สูงบ้างต่ำบ้าง ทำให้นางหลายครั้งเกือบจะเหยียบพลาด ตกลงไปในธารน้ำกลายเป็นไก่ตกน้ำ
ยังดีที่นางเป็นนักแสดงรุ่นเก๋า เลยไม่หลุด
ใช่ ถูกต้องแล้ว
เหตุที่นางสามารถออกจากฉากได้อย่างงดงามสง่ามีรัศมีสวรรค์เช่นนี้ ก็เพราะอาศัยระบบเป็นหินรองเท้าเหยียบ ให้นางได้อวดเบ่งอีกยกใหญ่
กลับถึงระบบพื้นที่เก็บของแล้ว หยุนซูนอนเหยียดแขนขาแผ่หลาไร้ภาพลักษณ์อยู่บนพื้น เข้าสู่ช่วงเวลาสงบนิ่ง
แสดงตั้งแต่เช้ายันค่ำ เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว
ระบบมองค่าตกตะลึงที่ลดจาก 3150 ลงมาเป็น 3050 รู้สึกรวดร้าวใจยิ่งเร่งเร้าหยุนซู
"เจ้าบ้าน กลับมาที่ระบบพื้นที่เก็บของแล้ว จำเป็นต้องใช้ค่าตกตะลึง นาทีละ 100 ค่าตกตะลึงเลยนะ รีบ ๆ เลือกที่ที่ไม่มีคนแล้วออกไปเถอะ"
"นาทีละ 100 ค่าตกตะลึง? แพงขนาดนี้?!"
หยุนซูทั้งหายปวดเอวและหายปวดขา รีบลุกพรวดพราดขึ้นจากพื้น เร็วรี่เลือกสถานที่แล้วออกไป
ค่าตกตะลึงจะเอามาทิ้งเปล่า ๆ ไม่ได้เด็ดขาด!
มีแสงสีขาวปรากฏขึ้นฉับพลัน
หยุนซูก็กลับมายังหุบเขาลำธารเดิม เพียงแต่นางเลือกตำแหน่งที่ลับตาคนมาก ไม่มีใครพบเห็นนาง
"เจ้าบ้าน ผู้อพยพพวกนั้นยังไม่จากไปเลยนะ" ระบบคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของฝั่งตรงข้ามตลอดเวลา
มันลอยนิ่งอยู่กลางอากาศทำหน้าที่เป็นกล้องคอยถ่ายทอดภาพของฝั่งตรงข้ามไปยังฉากแสงตรงหน้าหยุนซู
ภาพคมชัดสูงมาก
มองเห็นแม้ต้นหญ้าใบไม้ทุกใบได้อย่างแจ่มชัด
ระบบกำลังดูอย่างสนใจ ก็เหลือบไปเห็นว่ามีอะไรบางอย่างแวบวาบในน้ำตื้นริมตลิ่ง
มันจึงร้อนรนพูดว่า "แย่แล้ว เจ้าบ้าน เมื่อกี้เจ้าลืมเอาสมบัติที่ฝูงปลาพากันเอามาให้ไป!"
"อ่อ"
หยุนซูยกมือขึ้นหาวหวอด "นั่นข้าจงใจทิ้งไว้ต่างหากล่ะ ถือว่าเป็นบททดสอบอย่างหนึ่ง"
"หากพวกเขาผ่านบททดสอบของข้าได้ พวกเขาก็จะเป็นสาวกกลุ่มแรกที่ภักดีต่อข้าที่สุด"
สายตาของนางลัดเลาะลำธารน้ำไหลรินไปยังร่างอันห่อเหี่ยวสิ้นหวังของผู้อพยพที่อยู่อีกฝั่ง
พวกเขายังคงรวมกลุ่มอยู่ที่เดิม ไม่มีใครลุกจากไป
หลังจากที่แสงสีทองเมื่อครู่นี้สลายไป แม้กายพวกเขาจะไม่เจ็บปวดแล้ว แต่ในใจกลับรู้สึกว่างเปล่า
ความรู้สึกนั้น
เหมือนถูกคนดึงขึ้นมาจากหุบเหว ในที่สุดก็ได้เห็นแสงสว่างบนฟ้าครู่หนึ่ง แต่แล้วก็ถูกดึงกลับลงสู่หุบเหวอีกครั้ง
"ข้ามิใช่เทพของพวกเจ้า ไม่ต้องการให้พวกเจ้าสักการะ" คำพูดนี้ยังคงดังก้องอยู่ในหูของทุกคน
มีคนทุบมือลงกับพื้น ดวงตาฉายแววสิ้นหวัง "เทพธิดาตรัสว่าพระนางไม่ใช่เทพของเรา แล้วพวกเราในโลกที่โหดร้ายกินคนเป็นอาหารนี้ ยังมีความหวังที่จะมีชีวิตต่อไปอีกหรือ?"
ไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้
"บนโลกนี้มีคนตั้งมากมาย ต่อให้มีฤทธิ์ทะลุฟ้า เทพธิดาก็คงดูแลไม่ทั่วถึงหรอก"
ชายชราคนหนึ่งถอนหายใจ นั่งยอง ๆ อยู่ที่พื้น นิ้วมือผอมกีบงุด ๆ พลิกดิน "เทพธิดาคงมีสาวกเต็มพอแล้ว ถึงตรัสว่าไม่ต้องการให้พวกเราสักการะ ที่ใต้หล้าไม่ถือโทษที่พวกเราล่วงเกินแล้วยังรักษาโรคให้ นับเป็นพระกรุณายิ่งใหญ่ฟ้าแล้ว พวกเราจะโลภมากไม่ได้"
"เหตุใดใต้หล้าจึงไม่ใช่เทพของเรา..." หญิงสาวที่อุ้มเด็กอยู่พูดเสียงเบา ในน้ำเสียงปนสะอื้น "หากใต้หล้าเป็นเทพของเรา จะดีเพียงใด!"
"อิจฉาคนที่ได้สักการะใต้หล้าเสียจริง" มีคนพูดพึมพำ "พวกเขาโชคดีจริง ๆ..."
ความเงียบงันแผ่ขยายออกไป
ผ่านไปครู่หนึ่ง
มีคนลุกขึ้น เตรียมตัวออกเดินทาง
อยู่ที่นี่ต่อไป เทพธิดาก็จะไม่เสด็จกลับมา
อีกอย่างฟ้าก็มืดค่ำ ในป่าคงมีสัตว์ร้ายออกมาเพ่นพ่าน พวกเขาจำต้องหาที่กำบังลมไว้ค้างคืน
ทันใดนั้น
น้ำตื้นบริเวณนั้นมีอะไรบางอย่างแวบวาบขึ้นมา
"พวกเจ้ารีบดูนั่น!"
"ในน้ำมีอะไรส่องแสง!"
คำพูดนี้สร้างความฮือฮาให้กับผู้คนโดยรอบขึ้นมาในทันที