ไม่ว่ากัวพานจะข่มขู่หรือล่อลวงอย่างไร ก็ไม่มีผู้ใดขยับเขยื้อน
เหล่าทหารคุกเข่าอยู่กับพื้น ก้มศีรษะต่ำจนแทบไม่กล้าเงยขึ้น
บ้างแอบถอยกรูดไปด้านหลังเงียบ ๆ บ้างก็ซุกหน้าลงในอ้อมแขน ทำเป็นไม่ได้ยินสิ่งใด
ทวนและกระบี่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
ทว่าไม่มีแม้แต่มือเดียวที่กล้าหยิบขึ้นมา
“พวกเจ้า!” กัวพานโกรธจนร่างสั่นสะท้าน น้ำเสียงเปลี่ยนไป “พวกเจ้ากล้าขัดคำสั่งทหารงั้นรึ?”
ทหารหนุ่มคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นในที่สุด น้ำมูกน้ำตาไหลอาบใบหน้า ร่างกายสั่นระรัว “กัว…กัวต้าเหริน…นั่นคือเทพธิดานะขอรับ…พวกเรา…พวกเราไม่อาจ…ไม่อาจลงมือกับเทพธิดาได้…”
“เหลวไหล! นั่นมันแม่มดร้ายต่างหาก!”
กัวพานเตะทหารผู้นั้นจนล้มคว่ำ กวาดตามองรอบทิศ กลับพบว่าทหารทุกนายหลบสายตาของเขา
ทหารเหล่านี้ไม่อยู่ใต้การควบคุมของเขาอีกต่อไป
ชั่วขณะนั้น
โทสะอันรุนแรงทำลายเหตุผลสุดท้ายของเขาเสียสิ้น
เขากำด้ามกระบี่แน่น พุ่งตัวไปทางร่างสีหยกที่ดูราวกับลมพัดก็จะปลิว
“ข้าจะฆ่าเจ้า!”
คมกระบี่ตวัดเป็นเส้นแสงเยือกเย็นกลางอากาศ ฟาดฟันลงตรงหน้าผากของเทพธิดา
“เทพธิดา!”
ร่างของเซิ่นอวี้ตอบสนองเร็วกว่าสติ
เขาเป็นเพียงบัณฑิตอ่อนแอ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะทำอย่างไรหลังจากเข้าไปขวาง ทว่าเขาก็ยังพุ่งตัวออกไป
แต่ว่าเขาช้าเกินไปนัก
ใบมีดห่างจากเทพธิดาเพียงหนึ่งฉื่อ3
แสง
แสงสีหยกผุดพ้นจากร่างของเทพธิดา จากภายในสู่ภายนอก ราวกับดอกกล้วยไม้ขนาดใหญ่เบ่งบาน
ปกคลุมร่างนางไว้
กระบี่ของกัวพานฟันลงบนม่านแสง ราวกับฟันลงบนกำแพงที่มองไม่เห็น
ไม่ใช่ ยิ่งกว่ากำแพงเสียอีก
นั่นคือเหวสวรรค์ เป็นเส้นแบ่งที่มนุษย์ผู้หนึ่ง เมื่อต้องเผชิญหน้าเทพเจ้า จะไร้ทางก้าวข้ามไปได้ตลอดกาล
