เฉียนเฉี่ยนไม่ได้ก้าวเข้ามาในพระราชวังชั้นในเป็นเวลาหลายปีแล้ว
ครั้งที่ยังพำนักอยู่ในวังนั้น อย่างน้อยก็ยังได้พบปะกับสนมของจักรพรรดิเฉียนอยู่บ้าง
แต่ตั้งแต่เฉียนเฉี่ยนออกจากวังมาสร้างจวนของตนเอง ก็ค่อย ๆ ไปเพียงที่ตำหนักเหลียงอีเท่านั้น
หลังจากไปอยู่สวินหยางสามปีแล้วกลับมา กระทั่งหน้าของคนเหล่านั้นนางก็ยังไม่ได้พบเห็นแม้แต่ครั้งเดียว
ด้วยสถานะของเฉียนเฉี่ยน ที่จริงแล้วงานเลี้ยงส่วนใหญ่ นางไม่จำเป็นต้องใส่ใจ
สนมทั่ว ๆ ไปส่วนใหญ่ก็ไม่คิดจะหาที่ขัดตากับเฉียนเฉี่ยนที่ไหน ๆ ต่างก็ไม่ส่งหนังสือเชิญมาให้
หนึ่งคือพวกนางไม่มีเหตุผลอันใด อีกทั้งก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเอาใจหินแข็งก้อนนี้ด้วย
สองคือเฉียนเฉี่ยนสามารถหาข้ออ้างอันใดมาปฏิเสธได้อย่างง่ายดาย ไม่จำเป็นต้องถือสา
แต่คำเชิญของฮองเฮาจางในวันนี้แตกต่างไปจากเมื่อก่อนอยู่บ้าง
ตระกูลจางซึ่งเป็นตระกูลฝ่ายมารดาของฮองเฮาจาง เป็นตระกูลใหญ่ที่ดำรงตำแหน่งสำคัญถึงสี่ชั่วคน
ฮองเฮาผู้เป็นมารดาแห่งแผ่นดินส่งหนังสือเชิญมาด้วยพระองค์เอง ต่อให้เฉียนเฉี่ยนจะหยิ่งผยองเพียงใด ก็ยังต้องให้เกียรติอยู่บ้าง
ยิ่งไปกว่านั้น ฮองเฮาจางมิใช่สัตว์ร้ายอันใด เจอกันแล้วจะกลืนนางเข้าไปทั้งเป็น
ดังนั้นเฉียนเฉี่ยนจึงไม่จำเป็นต้องใช้ความคิดหาข้ออ้างมาปฏิเสธ
ยามเช้า เฉียนเฉี่ยนนั่งอยู่หน้ากระจกแต่งตัว
มือของอาฉานแม้จะฝีมือเยี่ยม แต่การแต่งผมอันซับซ้อนเช่นการไปงานเลี้ยงเช่นนี้ ลำพังคนเดียวคงยากจะทำได้
ดังนั้นวันนี้ที่แต่งองค์ทรงเครื่อง คนที่ช่วยเฉียนเฉี่ยนแต่งหน้าและหวีผมจึงยืนรายล้อมอยู่ด้านหลังถึงหกเจ็ดคน
