หร่านซูเยว่สูดหายใจเข้าลึก ๆ “ได้ ฉันยอมรับปากคุณทุกอย่าง แต่คุณกำลังเลี้ยงลูกสาวหรือเลี้ยงภรรยากันแน่?”
เว่ยเหยาครุ่นคิดอย่างจริงจัง “เลี้ยงลูกแมวน้อยที่เอาแต่คิดหนีต่างหาก”
ภายนอกหร่านซูเยว่ดูคล้ายถูกเขาทำให้โมโหจนหลุดหัวเราะออกมา
แต่ความจริงแล้ว ในที่สุดเธอก็หาข้ออ้างที่จะยอมอ่อนข้อให้เขาได้
“ก็ได้ ฉันยอมรับปากคุณทุกอย่าง รีบพาเซิ่งหมิงกลับมาเถอะ”
เว่ยเหยาพยักหน้า หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความ
หร่านซูเยว่ไม่รู้ว่าเขาส่งอะไรไป แต่วันรุ่งขึ้นเซิ่งหมิงก็นั่งเครื่องบินกลับมา
เขาผิวคล้ำลงไปมาก ทั้งยังผอมลงไม่น้อย พอเห็นเว่ยเหยาก็ร้องเรียกพี่ชายทันที
ท่าทางประจบประแจงแบบนั้น ทำเอาหร่านซูเยว่แทบไม่อยากมอง
—
ในเมืองเอส ภายในบ้านหลังใหญ่หรูหราตระการตา บนเตียงกว้างใหญ่
ในค่ำคืนอันเงียบสงัดเช่นนี้ หร่านซูเยว่ย่อมรู้สึกไม่จริงอยู่บ้าง
เธอซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของเว่ยเหยา จู่ ๆ ก็เอ่ยเสียงเบา
“เว่ยเหยา ฉันรู้สึกมาตลอดว่าตัวเองไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่”
แขนของเว่ยเหยากระชับแน่นขึ้น
“เหมือนฉันจะจากไปได้ทุกเมื่อ ไปยังที่ที่คุณตามหาไม่เจอ”
เว่ยเหยาเงียบไปนานมาก
นานจนหร่านซูเยว่คิดว่าเขาหลับไปแล้ว
จากนั้นเขาก็ก้มลงอย่างอ่อนโยน จุมพิตลงบนกระหม่อมของเธอ
“งั้นก็ใช้ทุกวันราวกับว่ามันจะคงอยู่ตลอดไป”
ขอบตาหร่านซูเยว่ร้อนผ่าว “ถ้าฉันหายไปจริง ๆ ล่ะ?”
เสียงของเว่ยเหยาแผ่วต่ำ แต่หนักแน่นราวกับกำลังให้คำปฏิญาณ
“ฉันจะไปตามหาเธอ ต่อให้ต้องบินไปนอกโลก สร้างเครื่องย้อนเวลา ตามหาเธอไปทีละโลกจนกว่าจะเจอ”
