เว่ยเหยาปิดประตูลงอีกครั้งแล้วล็อกจากด้านใน
เมื่อเดินกลับมาถึงข้างเตียง หร่านซูเยว่ก็ใช้ผ้าห่มคลุมตัวจนมิดชิด เหลือเพียงเส้นผมไม่กี่เส้นโผล่พ้นขอบผ้าห่มออกมา ดูราวกับหนอนไหมตัวน้อย
เว่ยเหยาแหวกผ้าห่มตรงศีรษะหร่านซูเยว่ให้เป็นช่องเล็ก ๆ เห็นใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยเหงื่อและแววตาตื่นกลัว หัวใจเขาพลันเจ็บปวดขึ้นมา
“เด็กดี หายใจนะ ไม่เป็นไรแล้ว ฉันอยู่นี่”
เขาตบแผ่นหลังเธอเบา ๆ ซ้ำไปซ้ำมา พลางปลอบโยนอย่างใจเย็น
ร่างของหร่านซูเยว่ยังคงสั่นน้อย ๆ เขาพูดซ้ำไม่หยุดว่า “ไม่เป็นไรแล้ว” “ฉันอยู่นี่” “ไม่มีใครเห็น” “เถาลี่ถูกฉันไล่ไปแล้ว”
ผ่านไปพักใหญ่ หร่านซูเยว่จึงค่อย ๆ สงบลง
เธอกอดผ้าห่มแน่นด้วยสองมือ แววตาเลื่อนลอย คล้ายจมอยู่ในความทรงจำอันแสนไกล
“เมื่อก่อนพวกนั้นชอบพูดว่าฉันน่าเกลียด บอกว่าหน้าอกฉันใหญ่เพราะถูกขยำ บอกว่าฉันทำตัวไม่รักนวลสงวนตัว... ตอนฉันไปเข้าห้องน้ำ พวกนั้นก็จะถอดเสื้อผ้าฉัน...”
ลมหายใจของเว่ยเหยาสะดุดวูบ เขามองดวงตาคู่นั้นที่ไร้จุดโฟกัส หัวใจราวกับถูกใครใช้มีดคว้านออกมาอย่างรุนแรง
เขายื่นมือไปดึงหร่านซูเยว่ทั้งตัวทั้งผ้าห่มเข้ามากอดไว้แนบอก กอดแน่นเสียจนแทบไม่เหลือช่องว่าง
เว่ยเหยาวางคางลงบนกระหม่อมเธอ น้ำเสียงเปี่ยมความอ่อนโยนและความเจ็บปวดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
“มันผ่านไปแล้ว ทุกอย่างผ่านไปแล้ว ไม่ต้องกลัวนะ คนพวกนั้นจะทำร้ายเธอไม่ได้อีก ต่อไปนี้มีฉันอยู่ ใครก็แตะต้องเธอไม่ได้แม้แต่เส้นผม”
สายตาของหร่านซูเยว่ยังคงเลื่อนลอย ราวกับยังจมอยู่ในความทรงจำ
“ฉันไม่ได้อยากทำแบบนั้น ฉันกลัวมาก... ก่อนหน้านี้พวกนั้นก็เคยถ่ายรูปโป๊ของคนอื่นไว้ ผู้หญิงคนนั้นกระโดดตึกไปเลย
