น้ำตาของหร่านซูเยว่ชะงักค้างด้วยความตกใจ
เธอเผลอขยับเข้าไปซุกในอ้อมแขนของเว่ยเหยา ทั้งยังสะอึกออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“อย่าเลย ขอร้อง อย่าส่งเซิ่งหมิงไปแอฟริกา อย่า...อย่าให้เขาไป”
พ่อกับแม่และเซิ่งหมิงดีกับเธอมาก เธอไม่อยากทำให้พวกเขาต้องเดือดร้อน เว่ยเหยาน่ากลัวเกินไปจริง ๆ
เมื่อเห็นว่าหร่านซูเยว่เป็นห่วงเซิ่งหมิงถึงเพียงนี้ หัวใจของเว่ยเหยาก็เจ็บแปลบขึ้นมา ก่อนจะถูกแทนที่ด้วยความยินดีอย่างบ้าคลั่ง
ขอเพียงกุมจุดอ่อนอย่างเซิ่งหมิงไว้ได้ หร่านซูเยว่ก็หนีไม่พ้นแล้ว
“ได้สิ ที่รักอ้อนวอนผมขนาดนี้ ผมต้องรับปากอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นคืนนี้...”
“ฉัน...ฉันจะไปกับคุณ ฉันจะยอมทำตามทุกอย่าง”
หร่านซูเยว่กัดริมฝีปาก พูดประโยคนั้นอย่างอ้ำอึ้ง จากนั้นก็กำคอเสื้อด้านหน้าของเว่ยเหยา เช็ดน้ำตาลงบนเสื้อของเขาจนหมด
ไหล่ของเธอสั่นสะท้านเป็นระยะ ช่างน่าสงสารและน่าเอ็นดูเหลือเกิน
เว่ยเหยาโอบหร่านซูเยว่ให้หันมาเผชิญหน้ากับเขา ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นนั่งบนตัก แล้วลูบไล้ชายเสื้อคลุมของเธอ
“ที่รัก ถอดเสื้อคลุมออกได้ไหม ผมอยากดูว่าเสื้อที่ซื้อให้ใส่แล้วสวยหรือเปล่า”
หร่านซูเยว่ไม่อยากถอด ก่อนหน้านี้เธอก็ไม่ได้ทำตามบทบาทที่ระบบกำหนดตลอด ระบบยังไม่ลงโทษเธอด้วยกระแสไฟฟ้าเลย
เธอจะไม่ฟังระบบอีกแล้ว และจะไม่ยอมฟังคำพูดของคนใจร้ายอย่างเว่ยเหยาอีก
“ไม่! ไม่เอา...อ๊ะ...”
หร่านซูเยว่กอดคอเว่ยเหยาไว้แน่น ไม่ยอมให้เขาดึงเสื้อคลุมของเธอออก
แต่ท่าทางนั้นกลับเปิดโอกาสให้สายตาของเขาเห็นสิ่งอื่นแทน
