บนรถ เว่ยเหยาโอบหร่านซูเยว่ไว้ทั้งตัว คางเกยอยู่บนไหล่ของเธอ พลางเล่นนิ้วมือของเธอไปมา
ลมหายใจของเขารินรดข้างใบหู ชวนให้รู้สึกจั๊กจี้
หร่านซูเยว่ถามเสียงเบา “ฉันไปด้วยได้ไหม ฉันก็อยากไป ฉันหิวแล้ว”
เหตุผลนี้ฟังไม่ขึ้นเอาเสียเลย เมื่อเห็นแววรู้สึกผิดบนใบหน้าของหร่านซูเยว่ เว่ยเหยาก็หัวเราะเสียงต่ำ
“ทำไมล่ะ ที่รักอยากไปคุมฉัน กลัวว่าฉันจะเถลไถลข้างนอกหรือไง”
หร่านซูเยว่เองก็เขินอยู่บ้าง ก่อนหน้านี้ยังบอกว่าไม่อยากไปอยู่เลย ตอนนี้กลับเปลี่ยนใจ ช่างน่าอายจริง ๆ
เธอเริ่มงอนขึ้นมา อย่างไรภารกิจที่สี่ก็ไม่ได้กำหนดเวลาไว้ อย่างมากก็แค่…ค่อยทำวันหลัง!
“งั้นฉันไม่ไปแล้ว”
“อย่าสิ”
เว่ยเหยาขยับเข้าไปใกล้ซอกคอของเธอ สูดหายใจลึก ก่อนประทับริมฝีปากลงบนแก้มเบา ๆ
“ที่รักอยากไป ฉันดีใจจะตาย ไปด้วยกันนะ”
หร่านซูเยว่เบี่ยงหน้าหลบ “อย่านะ อย่า…เดี๋ยวเป็นรอย”
เว่ยเหยานึกถึงร่างกายอ่อนนุ่มนั้น แค่แตะเบา ๆ ก็ทิ้งรอยสีชมพูระเรื่อไว้เป็นปื้น เขาถอนหายใจอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
“เพิ่งตกลงคบกับเบบี๋คนดีแท้ ๆ ทำไมถึงมีเรื่องมากมายมาคอยกวนใจฉันอยู่เรื่อย ทั้งที่ตอนนี้ฉันควรอยู่บ้านเล่นเกมกับภรรยาสิ”
หร่านซูเยว่ไม่อยากพูดด้วย พระเอกเป็นพวกวิปริต ชอบพูดเองเออเองที่สุด
ใครตกลงคบกับเขากัน โรคจิตหรือไง!
แต่สัญชาตญาณบอกเธอว่า ตอนนี้อย่าเพิ่งเถียงจะดีกว่า
ไม่อย่างนั้น เสื้อผ้าชุดใหม่คงต้อง…
ถึงเธอจะอยู่นิ่ง ๆ อย่างว่าง่าย มือของเว่ยเหยาก็ยังสอดเข้าไปใต้ชายเสื้อ บีบคลึงเบา ๆ ไม่ยอมปล่อย เพียงแต่การเคลื่อนไหวอ่อนโยนขึ้นหน่อย
