เมื่อครู่ลู่ลี่สิงถูกเฝิงถังดูหมิ่นเหยียดหยามที่ท่าเรือ
อีกฝ่ายเป็นบุตรบุญธรรมของหัวหน้าแก๊งเฟิงเหมิน ไม่ใช่คนตัวเล็ก ๆ อย่างพวกเขาจะไปหาเรื่องได้
หากเป็นเมื่อก่อน เขาคงคับแค้นใจและหาทางลอบแก้แค้นกลับไปแน่
แต่หลังจากได้พบหร่านซูเยว่ เขากลับเริ่มหวงแหนชีวิตของตัวเองขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
เรื่องที่เกิดขึ้นต่อจากนั้นยิ่งเกินคาดหมายของทุกคน
เฝิงถังคิดจะฉวยโอกาสจับปลาในน้ำขุ่น ทว่าคนที่มารับของกลับหันปืนมายิงเขาเสียก่อน
เขาถูกยิงเข้าที่ขา หมดสภาพต่อสู้ในพริบตา ความวุ่นวายปะทุขึ้นทั่วบริเวณ
ลู่ลี่สิงเห็นท่าไม่ดี จึงพาเสี่ยวเตาวิ่งหนีไป ก่อนจะฉวยชิงทรัพย์สินมาได้อย่างเฉียดฉิว
ค่ำคืนที่พลิกผันขึ้นลงเช่นนี้ทำให้ความรู้สึกนานัปการในใจเขาปั่นป่วนยุ่งเหยิง
แต่ในเวลานี้ ความอัดอั้นและความอับอายที่ถูกเฝิงถังหยามหน้าต่อหน้าผู้คน
ความไม่ยินยอมที่ถูกคนเหยียบย่ำอยู่ใต้ฝ่าเท้า
รวมถึงความตื่นเต้นจากการฉวยชิงทรัพย์สิน ล้วนมลายหายไปจนหมดสิ้น
เหลือเพียงไออุ่นของคนในอ้อมแขนที่แผ่ซ่านไปทั่วห้องอย่างชัดเจน
แขนอ่อนนุ่มของเธอพาดอยู่บนเอวเขา ริมฝีปากงามดุบดอกกุหลาบแนบแผ่วเบาบนแผงอก ลมหายใจหอมหวานนุ่มนวล
“หร่านซูเยว่ เธอเป็นน้องสาวของฉัน เป็นน้องสาวของฉันคนเดียว”
ลู่ลี่สิงพึมพำเสียงต่ำ คล้ายกำลังสะกดจิตตัวเอง
หร่านซูเยว่ย่นจมูก ก่อนฟาดฝ่ามือลงบนปากเขา
“นอน ห้ามส่งเสียงแล้ว”
