กระทั่งวันหนึ่ง หร่านซูเยว่ขึ้นเขาไปเก็บผลไม้ และสวมมงกุฎดอกไม้ที่ถักเองจากข้างทางไว้บนศีรษะ
ดอกไม้สีม่วง สีเหลือง และสีชมพูถักประดับปะปนกัน เมื่อเข้ากับชุดกระโปรงสีเขียวอ่อน ก็ยิ่งขับให้เธอดูราวกับภูตน้อยที่งอกงามขึ้นมาจากภูเขา
ตอนลงจากเขา ท้องฟ้ามืดลงแล้ว หมอกเริ่มลอยปกคลุมในป่า จนมองทางได้ไม่ชัดนัก
หร่านซูเยว่กำมีดเล่มเล็กในมือแน่น แล้วเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น
เมื่อเดินมาถึงกลางไหล่เขา จู่ ๆ ก็มีเงาคนพุ่งออกมาขวางทางด้านหน้า
เป็นชายขาพิการวัยสี่สิบกว่า หน้าตาอัปลักษณ์อย่างยิ่ง ใบหน้าเต็มไปด้วยหลุมบ่อ อีกทั้งดวงตาข้างหนึ่งยังเหล่
เขาขวางอยู่กลางทาง มองหร่านซูเยว่พลางยิ้มกริ่ม รอยยิ้มนั้นแฝงความหื่นกระหายจนชวนคลื่นไส้
“สาวสวย ขึ้นเขามาคนเดียวหรือ? ฟ้ามืดแล้ว อันตรายมากนะ ให้พี่ชายไปส่งลงเขาไหม?”
หัวใจของหร่านซูเยว่ดิ่งวูบ เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว
“ไม่ต้อง ฉันกลับเองได้”
ชายขาพิการขยับเข้ามาใกล้อีกก้าว ดวงตาเหล่คู่นั้นกวาดมองเรือนร่างของเธอไปมา มุมปากคล้ายมีน้ำลายไหลย้อย
“ไม่ต้องเกรงใจหรอกสาวสวย พี่ชายหวังดีนะ กลางคืนบนเขามีทั้งหมูป่าทั้งงู ถ้าสาวน้อยผิวพรรณดีอย่างเธอถูกกัดเข้าไปคงน่าเสียดายแย่”
ขณะที่พูด เขาก็ยื่นมือจะคว้าแขนของหร่านซูเยว่
หร่านซูเยว่ไหวตัวทัน มือซ้ายล้วงสเปรย์พริกไทยป้องกันตัวจากกระเป๋า ฉีดใส่หน้าเขารัว ๆ
ส่วนมีดเล็กในมือขวาก็กรีดออกไปพร้อมกัน ทิ้งรอยแผลเลือดไว้บนหลังมือของเขา
