เสี่ยวเตาก้าวเข้าไปใกล้อีกสองสามก้าว ขวางมือของลู่ลี่สิงที่กำลังป้อนแตงโมให้หร่านซูเยว่ จึงถูกลู่ลี่สิงเตะเข้าให้
“ไสหัวไปไกล ๆ”
เสี่ยวเตาหัวเราะฮิ ๆ “ลูกพี่ พี่ลี่ พี่ใหญ่ พาผมไปด้วยสิ พาผมไปด้วย! ผมเบื่อจนจะขึ้นสนิมอยู่แล้ว วัน ๆ เจอแต่หน้าเดิม ๆ เห็นจนจะอาเจียนแล้ว!”
ลู่ลี่สิงกับเสี่ยวเตาคุยเรื่องแย่งชิงอาณาเขตกันต่อหน้าหร่านซูเยว่โดยไม่ปิดบังเลยสักนิด
ไม่คิดว่าเธอจะฟังรู้เรื่อง
ก็คิดว่าแม้เธอจะฟังรู้เรื่อง เธอก็คงทำอะไรไม่ได้อยู่ดี
หร่านซูเยว่แทบอยากให้ตัวเองเป็นทั้งคนหูหนวกและเป็นใบ้
เมื่อก่อนเธอโง่ขนาดนั้นได้ยังไงนะ?
ทำไมถึงคิดว่าตอนนี้ลู่ลี่สิงเป็นแค่เด็กหนุ่มน่าสงสารที่เก็บตัวเงียบขรึมกัน?
ทั้งที่เขากลายเป็นหัวหน้าแก๊งอันธพาลตัวเล็ก ๆ ไปแล้วชัด ๆ!
“แม่จ๋า แม่จ๋า!”
ไม่รู้ว่าจินกังแอบอ้อมไปอยู่ข้างหร่านซูเยว่ตั้งแต่เมื่อไร เขานั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น
ร่างมหึมาหดตัวเป็นก้อน ดูราวกับภูเขาเนื้อที่กองอยู่ตรงนั้น
เขาเก็บอุ้งเท้าหมีเปื้อนเลือดข้างนั้นกลับมาอีกครั้ง แล้วประคองไว้ในมือ เงยหน้ามองเธอด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักใคร่
สีหน้าเชื่อฟังอ่อนโยนอย่างไร้ข้อแม้เช่นนั้น กลับปรากฏอยู่บนใบหน้าที่แค่เห็นก็ทำให้เด็กหยุดร้องไห้กลางดึกได้
“แม่กินสิ พ่อไม่หิว แม่กินเถอะ”
เขาชูอุ้งเท้าหมีขึ้นสูง เลือดไหลตามข้อมือลงมา หยดลงตรงขอบโซฟาและชายกระโปรงของหร่านซูเยว่
หร่านซูเยว่ค่อย ๆ ยิ้ม มืออุ่น ๆ ลูบศีรษะจินกังอย่างแผ่วเบา
