“มีคำพูดแบบนี้ด้วย นี่มันจงใจแกล้งฉันชัด ๆ เลยไม่ใช่เหรอ?”
เย่ชีเหยียนรู้สึกเอือมระอาเล็กน้อย เวลาจอดเทียบที่เพิ่มขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสียสำหรับเขา
ข้อดีก็คือ ถ้าเป็นชานชาลาทรัพยากรบางแห่ง เวลาที่ยิ่งนานเขาก็จะยิ่งรวบรวมทรัพยากรได้มากขึ้น
แต่ในทางกลับกัน ถ้าต้องเจอกับชานชาลาที่อันตรายอย่างร้ายแรง เขาจะต้องจอดเทียบนานถึงเจ็ดชั่วโมงเต็ม ๆ กว่าจะออกไปได้
[“การที่ระบบรถไฟถูกแทรกแซงเป็นปัญหาของระบบ ระบบได้มอบค่าชดเชยพิเศษให้แล้ว หวังว่านายสถานีเย่ชีเหยียนจะพยายามต่อไป”]
“ช่างเถอะ ต่อไปก็ระวังให้มากขึ้นแล้วกัน”
เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ก็ไม่มีวิธีอื่นใดอีก
เย่ชีเหยียนส่ายหัว ตรงไปยังตรงหน้าหุ่นวอลล์-อี แล้วหยอดเหรียญหนึ่งลงไป
[วอลล์-อี เริ่มทำงาน]
เขาเคาะหัวเหล็กของวอลล์-อีเบา ๆ รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า
“สู้ ๆ นะวอลล์-อี ถ้าสถานีนี้หาหีบสมบัติเจอ ฉันจะติดตั้งสมองให้แก”
เมื่อมองวอลล์-อีออกจากสถานีไปแล้ว เย่ชีเหยียนก็กดปุ่มเปิดประตู
ตอนที่เขากำลังจะก้าวออกไปนั้น เสียงฝีเท้าม้าดังขึ้นมาดึงความสนใจของเขา
เขาเห็นอัศวินผู้หนึ่งสวมชุดเกราะขาดวิ่น ขี่ม้าแก่ผอมโซจนซี่โครงปรากฏเด่นชัด ถือหอกที่ขึ้นสนิมแล้วเล่มหนึ่ง พุ่งตรงมายังทิศทางของขบวนรถไฟ
“ศัตรู? เร็วจัง แต่...”
ถ้านี่คือศัตรู? มันช่าง...น่าสมเพชเกินไปหน่อยไหม?
