หัวหน้ากองคาราวานได้ยินชื่อเน่ยเฟยทีจากปากเย่ชีเหยียน สีหน้าก็พลันเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เขาคุกเข่าลงทันที เงยหน้ามองฟ้าพลางก้มศีรษะลงกราบไม่หยุด ปากยังพึมพำวิงวอนอะไรบางอย่าง
อยู่พักใหญ่กว่าจะลุกขึ้นยืนตัวสั่น เห็นเย่ชีเหยียนยังจะเอ่ยปากอีก ก็รีบขัดขึ้นว่า
“ไม่ อย่าพูด อย่าเอ่ยชื่อนั้น ได้ยินถึงหูเทพจะถูกลงโทษเอา!”
“งั้นรึ งั้นก็ไม่ต้องเอ่ยชื่อ บอกข้ามาเท่าที่เจ้ารู้”
เห็นได้ชัดว่าหัวหน้ากองคาราวานไม่อยากพูด แต่ในหัวกลับนึกถึงเรื่องที่เกิดเมื่อกลางวันเข้า กัดฟันกรอดแล้วมองไปรอบตัวอย่างระแวดระวัง
ไม่พบว่ามีคนอื่นอยู่ด้วย จึงเอ่ยเสียงแผ่วเบาว่า
“ทะเลทราย ก่อนหน้านี้ไม่ได้ชื่อว่ามาตัม แต่คือชื่อที่ท่านว่า”
“ลานเน่ยเฟยที?”
“ใช่... โอ๊ย อย่าเอ่ยชื่อนี้ไปทั่วเลยนะขอรับ ศิษยานุศิษย์ที่ศรัทธาเทพาได้ยินเข้า เอาไปฟ้องร้องถึงวิหาร เรื่องจะใหญ่เอาได้”
หัวหน้ากองคาราวานขยับเข้ามาอีก กดเสียงต่ำกว่าเดิม
“ข้าได้ยินจากปู่ของข้า ดูเหมือนเมื่อหลายร้อยปีก่อน เทพารักษ์แห่งทะเลทรายถูกใต้เท้าเทวะองค์ปัจจุบันพิชิตแล้วก็หายสาบสูญไป
นับแต่นั้นมา ทะเลทรายก็ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นมาตัม และห้ามเอ่ยถึงสามคำที่ท่านพูดเมื่อครู่”
“ทุกนครและทุกเผ่าล้วนสร้างวิหารเทพเทวะขึ้น ถ้าขบวนพ่อค้าอย่างเราในทะเลทรายไม่มีผู้ศรัทธาเทวะ ก็จะต้องเจอทัณฑ์เทพา”
