“โอ้~ คุณชายรูปงามผู้นี้มาจากที่ใดกัน?”
เสียงออดอ้อนแสนยั่วยวนดังขึ้น
เฉินอันหันไปมองตามเสียง ก็เห็นสตรีนางหนึ่งสวมชุดอาบน้ำผ้าโปร่งสีแดงระเรื่อ เอียงศีรษะพินิจเขาอยู่
ใบหน้าของนางงดงามราวกับเกิดมาพร้อมเสน่ห์ชวนหลงใหล หยาดน้ำไหลลงมาตามแนวกรามได้รูป ก่อนเลาะผ่านลำคอขาวผ่อง ลื่นหายเข้าไปในคอเสื้อที่แหวกเปิดเล็กน้อย
ชุดผ้าโปร่งเปียกชุ่มแนบไปกับเรือนร่าง ส่วนที่ควรปกปิดกลับปิดไม่มิด ส่วนที่ไม่ควรปิดยิ่งแล้วใหญ่...
ดวงตาหยาดเยิ้มของนางฉายแววขบขัน ปลายลิ้นเลียมุมปากอย่างไม่รู้ตัว “แอบดูพวกพี่สาวอาบน้ำ ไม่ใช่นิสัยที่ดีเลยนะ แต่ว่า...”
“บ่อน้ำร้อนของพี่สาว นี่เป็นครั้งแรกที่มีคุณชายรูปงามมาหาถึงที่ด้วยตัวเองเลย”
หัวใจเฉินอันกระตุกวูบ นี่มันสถานที่บ้าบออะไรกันแน่!?
ทางด้านขวามีคนเดินอ้อมเข้ามาอีกคน
รูปร่างของนางบอบบางอ่อนช้อยราวกับไร้กระดูก สวมชุดอาบน้ำผ้าโปร่งสีขาวบริสุทธิ์ ผิวขาวจนแทบโปร่งแสง
หลิ่วหานเยียนยิ้มบาง ๆ ชุดอาบน้ำหลวม ๆ คล้อยอยู่บนไหล่ เดินไปได้สองก้าวก็ไอเบา ๆ คิ้วเรียวขมวดน้อย ๆ ท่าทางอ่อนแอเจ็บป่วยนั้นชวนให้คนเห็นใจ
“คุณชาย บาดแผลบนไหล่ยังมีเลือดไหลอยู่เลย...” น้ำเสียงของนางอ่อนหวาน “ให้ข้าช่วย...ทายาให้ดีหรือไม่?”
นางพูดพลางขยับเข้าใกล้เฉินอันอีกนิด ปลายนิ้วคีบขวดหยกขาวใบเล็กไว้
แต่ใต้เปลือกตาที่หลุบต่ำ สายตากลับกวาดมองรูปร่างที่ปรากฏใต้ชุดเปียกชุ่มของเฉินอันอย่างแนบเนียน มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
เฉินอันถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
สตรีคนที่สามย่อตัวลงตรงหน้าเฉินอันโดยตรง
นางมีรูปร่างสูงโปร่งอวบอิ่ม ชุดอาบน้ำผ้าโปร่งสีแดงสดปกคลุมส่วนเว้าส่วนโค้งอันอวบอิ่มไว้ไม่มิด ทรวงอกเต็มตึงแทบจะทะลักออกมาเมื่อย่อตัวลง
อินหงจวงเงยหน้ามองเขา ดวงตาหงส์คู่นั้นเต็มไปด้วยความปรารถนาครอบครองอย่างไม่ปิดบัง กลิ่นสุราหอมเข้มลอยอวลอยู่รอบกาย
“คุณชายรูปงาม หน้าตาดีจริงเชียว~”
นางกวาดตามองเฉินอันตั้งแต่หัวจรดเท้า กลิ่นสุราปะปนไอร้อนพุ่งเข้าปะทะใบหน้า “พี่สาวเคยเจอบุรุษมามากมาย คนที่หน้าตาดูเพลินอย่างเจ้า มีไม่มากนักหรอก...”
“สมแล้วที่พอเปียกน้ำก็ยิ่งดูมีเสน่ห์~”
อินหงจวงพูดพลางยื่นมือไปเชยคางเฉินอัน หลิ่วหานเยียนกลับเอื้อมมือมาคว้าข้อมือนางไว้
“ศิษย์พี่หงจวง อย่าทำให้คุณชายท่านนี้ตกใจสิ”
หลิ่วหานเยียนหัวเราะเบา ๆ “คุณชายดูอ่อนเยาว์นัก คงทนความดุดันของท่านไม่ไหวหรอก”
“ข้าดุดันรึ?”
อินหงจวงเลิกคิ้ว หันไปเหลือบมองหลิ่วหานเยียน “เส้นไหมควันของเจ้าจวนจะพันเขาอยู่แล้ว! ใครดุดันกันแน่ เจ้าไม่รู้แก่ใจหรือ?”
หลิ่วหานเยียนก้มหน้ากลั้นยิ้ม ไม่ตอบอะไร ทว่าเส้นไหมสีเขียวจาง ๆ ที่แทบมองไม่เห็นนั้นหดกลับไปอย่างเงียบเชียบแล้ว
เฟิงเยวี่ยเหยามองดูอย่างสนุกสนานอยู่ข้าง ๆ พลางกอดอก ผ้าโปร่งตรงหน้าอกเบียดกันจนเกิดร่องลึก “พอแล้ว ๆ ถ้าพวกเจ้าสองคนยังเถียงกันต่อ คุณชายรูปงามคงตกใจหนีไปเสียก่อน นาน ๆ ทีจะเจอคนหล่อเหลาและอายุน้อยขนาดนี้...”
“พี่สาวมีชีวิตมานานเพียงนี้ เพิ่งเคยได้สมบัติล้ำค่าเช่นนี้จากบ่อน้ำร้อนของตัวเองเป็นครั้งแรก”
“พวกเจ้าว่าเขาเป็นของขวัญที่สวรรค์ตั้งใจส่งมาให้หรือไม่?”
สตรีคนที่สี่ คนที่ห้า คนที่หก...
สายตานับไม่ถ้วนจับจ้องมาทางนี้พร้อมกัน ทุกคู่ล้วนแฝงความเร่าร้อนอย่างไม่ปิดบัง
ท่ามกลางไอน้ำที่ลอยกรุ่น บ้างยิ้มจนดวงตาโค้งหยี บ้างยกมือปิดปากหัวเราะคิกคัก และบางคนก็นั่งลงข้างบ่อ เท้าคางมองเขาอย่างสำราญใจ
ชาตินี้เฉินอันเคยประมือกับยอดอัจฉริยะ สังหารอสูร ขวางอุกกาบาต และฝ่ากระแสปั่นป่วนในห้วงสุญญากาศมาแล้ว แต่ไม่เคยพบเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน
เรียกว่ามองไม่ทั่วเลยทีเดียว...
ไม่สิ หนังศีรษะชาวาบไปหมดแล้ว!
ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลง ในสมองกำลังเกิดศึกใหญ่ระหว่างเหตุผลกับสัญชาตญาณ
เหตุผล: เฉินอัน เจ้าเป็นสุภาพบุรุษผู้เที่ยงธรรม เป็นศิษย์พี่ใหญ่แห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชู! นี่คือบททดสอบมรรคจิตของเจ้า!
สัญชาตญาณ: ช่างหัวมรรคจิตเถอะ ใครจะไปทนไหวกัน!
ไม่ชอบมาพากล!
แม้เฉินอันผู้นี้จะหล่อเหลาองอาจ สง่างามดุจหยก จนสาวน้อยนับพันนับหมื่นใฝ่ฝันถึงทุกคืนวัน แต่ท่าทีของสตรีตรงหน้าเหล่านี้ผิดปกติเกินไปแล้ว!
เฉินอันรีบกดเพลิงปรารถนาในใจลงไปอย่างแรง
“ไม่ใช่แล้ว แม่นางทั้งหลาย นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด!”
เขาลุกขึ้นจากน้ำ ชุดดำเปียกชุ่มแนบติดเรือนกาย เผยให้เห็นรูปร่างเพรียวกระชับอย่างชัดเจน บาดแผลลึกจนเห็นกระดูกบนไหล่ซ้ายยังคงมีเลือดซึมไหลลงมาปะปนกับน้ำในบ่อ
ดวงตาอินหงจวงเป็นประกาย สายตาหยุดอยู่ที่บาดแผลครู่หนึ่ง ก่อนเลื่อนไปยังแนวเอวและหน้าท้องที่เปียกชุ่ม “มีบาดแผลอยู่แท้ ๆ ยังดูดีขนาดนี้ พี่สาวเห็นแล้วใจคันยุบยิบไปหมด~”
“มานี่สิ~”
เฟิงเยวี่ยเหยาก้าวลุยน้ำเข้ามาสองก้าวแล้ว ชายกระโปรงสีแดงระเรื่อพลิ้วไหวอยู่ระหว่างขา “ให้พี่สาวดูบาดแผลของเจ้าดี ๆ สำนักเหอฮวนของพวกเราถนัดที่สุดในการช่วยคุณชายรูปงาม...กระตุ้นโลหิตเปิดเส้นลมปราณ บำรุงรากฐานเพิ่มพูนพลัง”
หลิ่วหานเยียนเดินตามอยู่ข้างนาง ก้มหน้ากล่าวเสริมเสียงเบา “ศิษย์พี่เยวี่ยเหยาพูดถูกแล้ว คุณชายบาดเจ็บหนักถึงเพียงนี้ หากปล่อยไว้...หานเยียนคงรู้สึกไม่สบายใจ”
นางเงยหน้าขึ้น หางตาแดงระเรื่อ ท่าทางเหมือนมีถ้อยคำแต่ยากจะเอื้อนเอ่ยนั้น ต่อให้เป็นผู้ใดเห็นก็ต้องใจอ่อนลงสามส่วน
แต่เฉินอันกลับพลันนึกออกถึงคำสามคำ—
สำนักเหอฮวน!?
หัวใจเขากระตุกวูบ สมองพลันนึกถึงข้อมูลสำคัญหลายอย่างขึ้นมาได้ในทันที: ขุมกำลังชั้นหนึ่งแห่งจงโจว เป็นพวกนอกรีตในสายตาฝ่ายธรรมะ ฝึกวิชาคู่บำเพ็ญหยินหยาง ศิษย์ทุกคนล้วนเป็นปีศาจสาว
พูดให้เข้าใจง่ายก็คือ สตรีกลุ่มหนึ่งที่ทั้งงดงามและแข็งแกร่ง คอยฉวยโอกาสจับผู้บำเพ็ญชายรูปงามที่อยู่ตามลำพัง ลากกลับรังของตน
อีกอย่าง เฉินอันจำได้ราง ๆ ว่าอาจารย์ของตน มู่อวิ๋นเซียน ดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์คลุมเครืออยู่บ้างกับประมุขสำนักเหอฮวน
ความสัมพันธ์คลุมเครือนั้นเป็นอย่างไร ไม่มีใครรู้แน่ชัด แต่ทุกครั้งที่มู่อวิ๋นเซียนเอ่ยคำว่า “สำนักเหอฮวน” สีหน้าของเขาจะชวนให้คิดไปต่าง ๆ นานา
ตอนนั้นเฉินอันไม่ได้ใส่ใจ มาคิดดูตอนนี้แล้ว...
สมกับเป็นอาจารย์จริง ๆ ดูท่าจะเคยสัมผัสด้วยตัวเองมาแล้ว!
แต่อาจารย์ก็คืออาจารย์ ศิษย์ก็คือศิษย์
หากเฉินอันอยู่ที่นี่ต่ออีกครึ่งเค่อ พรุ่งนี้ทั่วจงโจวคงเล่าลือกันว่า “เฉินอันแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชูบุกสำนักเหอฮวนยามวิกาล แอบดูสตรีอาบน้ำ”!
ถึงตอนนั้นชื่อเสียงของสำนักจะเอาไปไว้ที่ใด?
แล้วใบหน้าเฒ่าของอาจารย์จะเอาไปไว้ที่ใด?
ไม่สิ เจ้าคนไม่สำรวมอย่างมู่อวิ๋นเซียนคงไม่ใส่ใจอยู่แล้ว ไม่แน่ว่าอาจตบไหล่เฉินอันแล้วพูดว่า—
“เด็กดี มีอนาคต เก่งกาจกว่าตอนอาจารย์หนุ่ม ๆ เสียอีก”
แต่หยุนซีใส่ใจแน่
ยามแม่หนูนั่นหึงขึ้นมา นางบิดกระหม่อมของเขาออกมาเตะเล่นแทนลูกบอลได้เลย
ถึงตอนนั้นกระบวนท่าไม้ตายของเหล่าผู้อาวุโสแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชู คงกระหน่ำใส่เฉินอันคนนี้ทั้งหมด
แค่คิดเฉินอันก็รู้สึกปวดไปทั้งตัวแล้ว
“แม่นางทั้งหลาย ข้ามีธุระด่วน ขออภัยที่ไม่อาจอยู่เป็นเพื่อนได้!”
เฉินอันยกมือข้างหนึ่งปิดหน้าในทันที เร่งพลังวิญญาณ แล้วทะยานขึ้นฟ้า
ไม่ว่าอย่างไร ห้ามให้พวกนางจำได้เด็ดขาด!
“คุณชาย อย่าเพิ่งไปสิ”
“ไอ๊หยา! คุณชายรูปงาม อย่าหนีสิ~”
“อุตส่าห์มีหนุ่มหล่อมาทั้งที พี่ยังมองไม่พอเลย~”
ผิวน้ำด้านหลังแตกกระจายดังซ่า เงาร่างหลายสายพุ่งทะยานไล่ตามขึ้นฟ้า
เฟิงเยวี่ยเหยาเป็นคนลงมือก่อน อาวุธคู่หนึ่งที่ดูคล้ายพัดแต่ไม่ใช่พัดพลันกางออก ลมปราณหอมสีชมพูแปรเปลี่ยนเป็นกลีบดอกท้อเต็มฟ้าพัดโหมออกไป
“รีบร้อนไปไหนกัน? พี่ยังไม่ได้ถามชื่อเจ้าเลย~”
เส้นไหมควันของหลิ่วหานเยียนก็ไล่ตามไปอย่างไร้สุ้มเสียง นางยกมือปิดปากไอเบา ๆ น้ำเสียงอ่อนหวานและน้อยใจ “คุณชายอย่าหนีสิ...โอสถวิญญาณของหานเยียนใช้ได้ผลดีจริง ๆ นะ...”
อินหงจวงตรงไปตรงมาที่สุด ผ้าแพรสีแดงชาดแปรเป็นเงาแดงเต็มฟ้าม้วนเข้าหาเฉินอัน “จะหนีไปไหน!”
การโจมตีทั้งสามสายมาถึงแทบจะพร้อมกัน
เฉินอันไม่แม้แต่จะหันกลับไป เพียงสะบัดมือปล่อยพลังวิญญาณกระแทกใส่ด้านหลัง
แน่นอนว่าเขาออมแรงไว้เจ็ดส่วน
สตรีทั้งสามมีระดับเพียงขั้นแปรเทพตอนต้นกับขั้นหยวนอิงสูงสุดเท่านั้น ด้วยพลังขั้นคืนสู่บรรพตของเขา เพียงฝ่ามือเดียวก็สังหารพวกนางได้แล้ว
เพิ่งเห็นเรือนร่างของพวกนางไปแท้ ๆ หากลงมือสังหารเสีย เรื่องเช่นนั้นเขาทำไม่ลง
“ตูม—”
ลมปราณหอมสีชมพูถูกฝ่ามือพลังวิญญาณซัดสลาย กลีบดอกท้อเต็มฟ้าแตกกระจายกลายเป็นแสงพร่างพราย
เฟิงเยวี่ยเหยาถูกบีบให้ถอยไปหลายจั้ง กระโปรงผ้าโปร่งสีแดงระเรื่อถูกคลื่นพลังพัดจนสะบัดพลิ้ว ทรวงอกอวบอิ่มไหวกระเพื่อมอย่างรุนแรง
นางไม่โกรธกลับหัวเราะ มุมปากยกสูงขึ้นเรื่อย ๆ “อุ๊ย ร้อนแรงไม่เบาเลยนี่ พี่ยิ่งชอบเข้าไปใหญ่”
เส้นไหมควันถูกพลังวิญญาณสะเทือนจนแตกสลายเป็นควันสีเขียวจาง ๆ ทีละเส้นอย่างไร้สุ้มเสียง
หลิ่วหานเยียนส่งเสียง “อิง” เบา ๆ เซถอยหลังไปสองก้าว ยกมือกุมอก ขอบตาแดงระเรื่อ น้ำเสียงสั่นเครือ “คุณชายดุร้ายเหลือเกิน...หานเยียนแค่อยากช่วยทายาให้ท่าน...”
คำพูดของนางฟังดูน่าเวทนายิ่งนัก หางตาถึงกับมีหยาดน้ำคลออยู่จริง ๆ
แต่หางตาของเฉินอันเหลือบเห็นเส้นไหมควันกำลังคืบเข้ามาช้า ๆ จึงหัวเราะหยันในใจสองครั้ง
เสแสร้งเข้าไปเถอะ
“ดอกบัวขาว” อย่างเจ้าน่ะ ข้าเห็นมามากแล้ว บท “ศิษย์พี่ ถ้าท่านยังทำเช่นนี้อีก ข้าจะร้องไห้แล้วนะ” ของหยุนซีเล่นมากี่ปี ข้าก็ชินชาจนด้านชาแล้ว!
อินหงจวงส่งเสียงฮึดฮัด “ขั้นแปรเทพหรือ? ทั้งที่มีบาดแผล ยังใช้ฝ่ามือเดียวบีบให้พวกเราสามคนถอยได้!”
“แท้จริงแล้วเจ้าเป็นใคร!?”
“แค่คนผ่านทาง!”
เฉินอันเร่งความเร็วขึ้นอีกครั้ง ร่างทั้งร่างแปรเป็นเงาดำหลบหนีไป
