เช้าวันรุ่งขึ้น
ไฮ่จื่อวิ่งมาหา ตอนนั้นเฉินไห่กำลังต้มโจ๊กอยู่
ทางบ้านพวกเขา อาหารที่กินบ่อยที่สุดก็คือโจ๊กอาหารทะเล
คราวนี้ก็ไม่ต่างกัน
ไฮ่จื่อพูดว่า “พี่ไห่ นายรู้ไหม คนในหมู่บ้านหลายคนไปยืมปั๊มดูดน้ำมาแล้ว”
เฉินไห่พยักหน้า “รู้สิ พี่หู่กับลุงเถียนหมิงก็ยืมมา”
ไฮ่จื่อส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ไม่ใช่แค่นั้น”
“ยังมีอีกสองบ้าน”
“พวกเขาไปยืมจากกองพลข้าง ๆ”
เฉินไห่ส่งเสียง “อ้อ” ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไร หมู่บ้านแถบนี้ในระยะสิบลี้มีอยู่หลายหมู่บ้าน แต่ละหมู่บ้านก็มีญาติพี่น้องกันมากมาย ถ้าจะไปขอยืมปั๊มดูดน้ำ ขอแค่ยอมจ่ายเงิน ยังไงก็ยืมได้
ไฮ่จื่อพูดว่า “นั่นสิ นายคาดไว้ตั้งนานแล้วนี่”
เฉินไห่ถามว่า “ก็ดีแล้วนี่”
“อย่างน้อยก็ยังช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้”
กินอาหารเช้าเสร็จ
เฉินไห่กับไฮ่จื่อก็เข็นรถเข็นมุ่งหน้าไปยังแนวหินโสโครกหาดเหนือ
ผ่านไปพักใหญ่
เย่ชิงฉือถึงลุกจากเตียงแล้วเดินออกมาจากห้อง เฉินหลานกินอาหารเช้าเสร็จแล้ว เจ้าตัวหัวเราะคิกคักพูดว่า “พี่สะใภ้ พระอาทิตย์ขึ้นสูงป่านนี้แล้ว พี่เพิ่งจะตื่น อายจังเลย”
ใบหน้าของเย่ชิงฉือแดงขึ้นมาจริง ๆ
จะให้เธอพูดอะไรได้ล่ะ
คงไม่ถึงกับต้องบอกเฉินหลานว่า เป็นเพราะพี่ชายของเธอไม่ยอมนอนกลางดึก เอาแต่กลั่นแกล้งเธอหรอกนะ
เธอกินอาหารเช้าเสร็จ
ก็รีบเอาผ้าปูที่นอนไปซัก
เฉินหลานสงสัย “พี่สะใภ้ หนูจำได้ว่าพี่เพิ่งซักผ้าปูที่นอนไปเมื่อวานซืนนี่นา”
“ทำไมวันนี้ถึงซักอีกล่ะ”
“……” เย่ชิงฉือเงียบไปสองวินาที ก่อนพูดว่า “อืม เมื่อคืนอากาศร้อน เหงื่อออกน่ะ”
