ไฮ่จื่อเดินตามมาดูด้วย ตะโกนอย่างตื่นเต้นว่า “เฉินไห่ ฉันบอกแล้วไงว่านายทำได้”
“แวบเดียวก็หาเจอแล้ว”
“น่าจะเป็นรูปลากะพงทรายใช่ไหม?”
เฉินไห่ตอบว่า “ใครจะไปรู้ล่ะ ปากรูมันก็คล้าย ๆ กันหมด”
“ฉันไม่ได้มีตาทิพย์ จะดูออกได้ยังไง”
“ลองแหย่ดูสิ”
ไฮ่จื่อส่ายหน้า พูดอย่างจริงจังว่า “โธ่ พูดแบบนั้นไม่ได้ นายถึงไม่มีตาทิพย์ แต่ก็มีเซนส์ดีจะตาย”
“นายบอกว่านี่เป็นรูปลากะพงทราย มันก็ต้องเป็นสิ”
“พูดมาสิ”
เฉินไห่โดนเขารบเร้าจนจนปัญญา “ได้ ๆ ๆ ฉันบอกว่านี่เป็นรูปลากะพงทรายก็ได้”
ไฮ่จื่อหัวเราะแหะ ๆ
แล้วหยิบจอบขึ้นมาขุด
ไม่รู้ว่าปากของเขามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประทานพรจริงหรือเปล่า ไฮ่จื่อขุดไปไม่กี่ที เฉินไห่ก็มั่นใจได้ว่านี่เป็นรูปลากะพงทรายจริง ๆ
ไฮ่จื่อขุดไปอีกไม่กี่ที ปากรูก็เผยให้เห็นอย่างชัดเจน
เป็นรูทรงกลม
เขากับไฮ่จื่อขุดรูปูทะเลไปไม่น้อย รูปูทะเลไม่ได้กลมขนาดนี้ แถมยังตื้นกว่า ไฮ่จื่อเอาคีมเหล็กแหย่เข้าไป จนสอดเข้าไปสุดแล้วยังไม่ถึงก้นรู
ปูทะเลไม่ขุดรูได้ลึกขนาดนั้น
มีแต่ปลากะพงทรายเท่านั้น
ทั้งที่เป็นปลาแท้ ๆ แต่กลับขุดรูเก่งมาก เขาจำได้ว่าชาติก่อน มีหนุ่มในหมู่บ้านคนหนึ่งขุดปลากะพงทราย ต้องขุดลึกลงไปตั้งสองสามเมตรกว่าจะได้ตัว
ไฮ่จื่อโยนคีมเหล็กไว้ข้าง ๆ แล้วหยิบจอบขึ้นมาขุดต่อ ตะโกนอย่างตื่นเต้นว่า “เฉินไห่ นี่ต้องเป็นรูปลากะพงทรายแน่ ๆ!”
“ฉันบอกแล้วไงว่านายเซนส์ดีสุด ๆ”
“โธ่เอ๊ย แต่รูนี่ลึกเกินไปแล้ว!”
