เฉินไห่หยิบเครื่องมือที่พอใช้ได้ออกมาทั้งหมด
ไฟฉาย เชือกป่าน แล้วก็ผ้าฝ้ายอีกสองสามผืน
มีของจำกัด
เขาพับผ้าฝ้ายเป็นแถบหนากว้างราวสองนิ้ว ลองวางรองไว้ตรงคาง
จากนั้นตัดเชือกป่านออกมาท่อนหนึ่ง พับครึ่งแล้ววางทับบนแถบผ้า พันรอบแถบผ้าสองรอบ ก่อนผูกปลายทั้งสองข้างเป็นปมแน่นบนศีรษะ เท่านี้สายรัดหัวที่มีแผ่นรองก็เสร็จแล้ว
ต่อมาก็วางไฟฉายในแนวนอน เอาผ้าฝ้ายอีกผืนรองใต้ไฟฉาย ให้ช่วยลดแรงกระแทกที่หนังศีรษะ
ใช้ปลายเชือกป่านที่เหลือพันรอบไฟฉายหนึ่งรอบแล้วรัดให้แน่น จากนั้นสอดเชือกผ่านสายรัดหัวแล้วผูกปมยึดไว้
ไฟฉายยังโยกไปมาอยู่
เขาจึงฉีกผ้าชิ้นเล็ก ๆ ออกมาแล้วยัดเข้าไปในช่องว่างระหว่างตัวไฟฉายกับสายรัดหัว อัดให้แน่น
ลองเขย่าอีกที คราวนี้ไม่โยกแล้ว
แค่รัดแน่นไปหน่อย หนังศีรษะกับคางเลยรู้สึกไม่สบาย
แต่ถึงอย่างนั้นก็ทำให้มือทั้งสองข้างว่างได้แล้ว เขาลุกขึ้นเดินสองก้าว แล้วเปิดไฟฉายทดสอบอีกครั้ง แม้จะรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง แต่ใช้งานได้ใกล้เคียงกับไฟคาดหัว
เย่ชิงฉือเห็นแล้วก็ประหลาดใจ “นายดัดแปลงมันสำเร็จจริง ๆ ด้วย”
“นายทำเป็นได้ยังไง”
เฉินไห่ตอบว่า “เมื่อก่อนผมโง่ก็จริง แต่ความจำดี เคยเห็นคนอื่นทำแบบนี้”
เย่ชิงฉือส่งเสียง “อ้อ” แล้วไม่ได้ถามต่อ
เก็บชามกับตะเกียบเรียบร้อย เธอก็รีบไปอาบน้ำ แล้วเรียกเฉินหลานกลับเข้าห้องไปนอน
เฉินหลานพูดว่า “พี่สะใภ้ ยังไม่ดึกเลยนะคะ”
เย่ชิงฉือบอกว่า “คืนนี้พี่ชายของเธอยังต้องไปเก็บของทะเล เราสองคนรีบนอนกันเถอะ จะได้ให้เขาพักผ่อนนานขึ้นหน่อย”
