เฉินไห่ยิ้มแล้วพูดว่า “เพิ่งหาเงินมาได้แค่นี้ คุณก็ดีใจขนาดนี้แล้ว ถ้าต่อไปผมหาเงินกลับมาได้มากกว่านี้ คุณจะดีใจขนาดไหนกันนะ”
เย่ชิงฉือตอบโดยไม่ต้องคิด “ฉันคงดีใจจนลอยขึ้นฟ้าเลย!”
“คุณไม่เห็นหรอกว่าป้าชุนฮวาตกใจแค่ไหน ฮ่า ๆ”
ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งอยากหัวเราะ
เกือบจะกลั้นไม่อยู่จนต้องออกท่าทางดีใจอยู่สองสามที
เย่ชิงฉือผัดกับข้าวไปพลางพูดว่า “แค่คุณหาเงินกลับมาได้แบบนี้ทุกวัน ฉันก็พอใจมากแล้ว”
เฉินไห่พยักหน้า “ได้สิ”
“ต่อไปผมจะหาเงินให้ได้มากกว่านี้ แล้วเอากลับมาให้คุณ”
เย่ชิงฉือตอบรับ “ดีเลย ดีเลย”
ถึงจะรู้ว่าเป็นไปได้ยาก แต่แค่เฉินไห่มีใจคิดแบบนี้ เธอก็ดีใจแล้ว
มื้อเย็นวันนี้ยังกินข้าวสวยเหมือนเดิม
เป็นข้าวสวยไม่ใช่ข้าวต้ม
ยุคนี้ไม่ใช่ว่าทุกบ้านจะกินข้าวสวยได้ทุกมื้อ
เย่ชิงฉือคิดว่าวันนี้เฉินไห่ไปเก็บของทะเล เลยทำข้าวสวยให้กิน ข้าวในชามของเฉินไห่พูนจนล้นขอบ
บนโต๊ะมีอาหารสี่จาน
จานหนึ่งเป็นผัก จานหนึ่งเป็นสาหร่ายทะเลยำ ส่วนอีกสองจานเป็นอาหารทะเล จานหนึ่งตุ๋น อีกจานลวกจิ้ม สมกับคำพูดที่ว่าคนหมู่บ้านประมงยากจนจนได้แต่กินอาหารทะเลจริง ๆ
จะว่าไปแล้ว
ตอนนี้ที่บ้านก็ใช่ว่าจะไม่มีเงิน
แต่ยุคนี้ ต่อให้มีเงินก็ใช่ว่าจะกินดื่มได้ตามใจ
ไม่ต้องพูดถึงอย่างอื่น แค่เนื้อก็ต้องใช้ตั๋วเนื้อ ซึ่งหายากมาก
เฉินหลานตักข้าวใส่ปากจนแก้มป่อง เย่ชิงฉือช่วยเช็ดเม็ดข้าวที่มุมปากให้ แล้วพูดว่า “อาหลาน ค่อย ๆ กินนะ”
