ตอนเฉินไห่กำลังงัวเงียอยู่ เขาได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวข้างนอก จึงลืมตาพรวด ลุกจากเตียงเดินออกจากบ้าน ก็เห็นไฮ่จื่อกำลังขนแผ่นไม้ลงจากรถเข็น
ไฮ่จื่อพูดว่า “อาไห่ นายเพิ่งแต่งงานใหม่ ฉันไม่ให้เงินใส่ซองแล้วกัน จะช่วยทำประตูหน้าต่างให้แทน”
เฉินไห่ถาม “ไม้พวกนี้มาจากไหน”
ไฮ่จื่อตอบ “จะมาจากไหนได้อีกล่ะ ฉันเอามาจากบ้านไง”
“ฉันให้พ่อไปตามช่างไม้มา เดี๋ยวเขาก็มาถึง คิดว่าก่อนฟ้ามืดน่าจะทำเสร็จ”
เฉินไห่กล่าวขอบคุณ
ไฮ่จื่อบอกว่าไม่ต้องเกรงใจ
เย่ชิงฉือกับเฉินหลานก็ตื่นแล้ว ทั้งคู่เดินออกมาจากบ้านพร้อมกัน
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ
ไม่นานนัก
ช่างไม้ก็มาถึง เป็นคนจากหมู่บ้านข้าง ๆ ไฮ่จื่อกับเฉินไห่ช่วยกันเป็นลูกมือ
เย่ชิงฉือคอยรินชาเติมน้ำอยู่ข้าง ๆ
เธอยังหาโอกาสถามเฉินไห่ว่า “พวกเราจะไปจดทะเบียนกันเมื่อไหร่”
เฉินไห่ชะงักไป “ร้อนใจแล้วเหรอ”
ใบหน้าเย่ชิงฉือแดงระเรื่อ
เห็นเฉินไห่ไม่มีทีท่าว่าจะไปจดทะเบียน เธอก็เริ่มร้อนใจขึ้นมาจริง ๆ
เธอไม่อยากกลับไปอยู่คอกวัวอีกแล้ว ไม่อยากต้องหวาดกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะไปชายหาดเพราะสถานะพวกห้าดำอีกต่อไป
มีเพียงการแต่งงานกับเฉินไห่เท่านั้น เธอถึงจะได้ใช้ชีวิตเหมือนคนคนหนึ่ง!
ถ้าเฉินไห่ยังเป็นคนโง่ และเธอเป็นพวกห้าดำ อย่างน้อยพวกเขาสองคนก็พอจะเรียกว่า “คู่ควรกัน” ได้
แต่ตอนนี้ เฉินไห่ไม่โง่แล้ว
ตลอดทั้งคืนเธอเอาแต่กังวลว่า ถ้าเฉินไห่ใช้ประโยชน์จากเธอเสร็จแล้วกลับคำ ไม่ยอมแต่งงานกับเธอขึ้นมาจะทำอย่างไร
เฉินไห่เห็นสีหน้าเย่ชิงฉือเปลี่ยนไปมา ก็เดาได้ว่าเธอกำลังกังวลเรื่องอะไร เขาจึงยิ้มแล้วพูดว่า “รอจัดการธุระเสร็จแล้วค่อยไป”
ไฮ่จื่อได้ยินทั้งคู่คุยกัน จึงตะโกนว่า “อาไห่ การจดทะเบียนเป็นเรื่องสำคัญ พวกนายไปจดทะเบียนกันก่อนเถอะ ทางนี้มีฉันอยู่”
