หลานหลาน: “ใช่ ๆ เลย!”
ปรมาจารย์ปาปูรู้สึกกระตุกวาบขึ้นมาทันที: “ไม่ได้นะ แอะแฮ่ม ข้อเสียของคนถ้ำน้ำแข็งข้าเองก็บอกไปแล้วนะ กลัวน้ำกลัวไฟ ส่วนหมีขาวแห่งถ้ำน้ำแข็งมันกลัวไฟไม่กลัวน้ำ ปกติแล้วกินปลากับกุ้งเป็นอาหาร แล้วยังชอบกินเนื้อสัตว์ประหลาดแปลก ๆ ทั้งหลายรวมถึงผลไม้กับถั่วอีกต่างหาก แต่ยังไงซะ ข้าพอจะเดาได้อยู่อย่าง พวกมันอาจจะชอบกินอะไรที่หวานเจี๊ยบเกินมาตรฐานเอามาก ๆ!”
ลู่ซิงเฉินจดบันทึกไว้ทั้งหมดทุกอย่าง
คาดไม่ถึงเลยว่าหมีขาวถ้ำน้ำแข็งจะเป็นสัตว์กินได้ทั้งพืชทั้งสัตว์ อะไรดิบ ๆ สด ๆ ก็ไม่เกี่ยง
เลี้ยงง่ายดีนี่นา!
ปรมาจารย์ปาปูส่งเสียงฮึ: “หมีขาวมันตัวโต กินจุมาก ๆ แค่ปลากับกุ้งล้วน ๆ ทำให้อิ่มยากมาก เพราะงั้นต่อให้เป็นซากสัตว์ประหลาดแปลก เปลือกไม้รากหญ้า ถ้ามันหิวจนทนไม่ไหวก็ยอมกินล่ะ”
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง!
ลู่ซิงเฉินตรึกตรองคำพูดของปรมาจารย์ปาปูอย่างถี่ถ้วน
ทันใดนั้นใจเธอก็เกิดความหวั่นไหว: “หมีขาวชอบกินของหวานเจี๊ยบเกินมาตรฐานมากเหรอ? มากขนาดไหนกัน?”
ปรมาจารย์ปาปูถึงกับอึ้ง: “นี่... ข้าเองก็แค่เคยได้ยินใครเขาพูดมาแค่ประโยคเดียวเท่านั้น ไม่แน่ใจนักหรอก...”
หลานหลานกลอกตาขาว: “โอ้ ถ้าอย่างนั้นท่านก็พูดมั่วนั่นเองเรอะ?”
ปรมาจารย์ปาปูโมโหจนดึงหนวดตัวเองหลุดไปหนึ่งเส้น: “ไอ้เจ้าไก่กุ๊ก ๆ ตัวแค่นี้ทำไมถึงได้น่าหมั่นไส้จังเลยนะ? หืม? เป็นแบบเดียวกับลู่ซิงเฉินไม่มีผิด!”
หลานหลานขนฟูฟ่อง: “ท่านว่าใครเป็นไก่เนี่ย? ข้าคือชิงหลวน! ชิงหลวน!”
ปู้ปู้รีบเข้าไปกอดปลอบมันไว้
ปรมาจารย์เหลยจินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยว่า: “ข้าเคยเห็นคนถ้ำน้ำแข็งมาครั้งหนึ่ง ตอนนั้นเขาพาหมีขาวมาขายแผ่นกันความร้อนที่ตลาด บังเอิญว่ามีคนขายองุ่นอยู่ใกล้ ๆ หมีขาวของเขาพุ่งเข้าใส่องุ่นทันที คนถ้ำน้ำแข็งลากยังไงก็ลากไม่อยู่เลย”
