หลี่เหวินหลินอยู่ในสภาพร่อแร่เต็มที พลังใกล้หมดเต็มประดา
ทว่า ภายใต้การควบคุมของลู่ซิงเฉิน หล่อนได้แต่ถลำบุกไปข้างหน้า
ลู่ซิงเฉินติดตามไปอย่างกระชั้นชิด
เลี่ยอู่ (นักล่าห้า) รักษาความสงบอยู่ด้านบน คอยจับกุมคนและสัตว์ประหลาดที่วิ่งหนี เลี่ยสืออี (นักล่าสิบเอ็ด) ช่วยไปพลาง หมายจะตามลู่ซิงเฉินลงไปด้วย
ชุลมุนอลหม่านไปทั่ว
ถึงที่สุด คนที่ตามหลี่เหวินหลินจึงมีเพียงลู่ซิงเฉิน
หลี่เหวินหลินเคลื่อนตัวรุดหน้าลงไปถึงโถงกว้างแห่งหนึ่ง
ในโถงมีเครื่องไม้เครื่องมือทดลองนานาชนิด ริมขอบมีกรงเรียงราย กรงแต่ละกรงคุกคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายประหลาด
ภายใต้การควบคุมของลู่ซิงเฉิน หลี่เหวินหลินทุบกรงพวกนั้นแตกยับเป็นแถวๆ
ร่างบางจับตากวาดมองดุจสายฟ้า ค้นหาสิ่งที่อาจตกหล่น
ณ กรงขนาดใหญ่พิเศษกรงหนึ่ง มีแอ่งน้ำสกปรกเน่าเหม็น ส่งกลิ่นฉุนตลบอบอวล ในน้ำมีหินเกลี้ยงเกลาก้อนใหญ่ตั้งอยู่
ข้างหินนั้นคือซากกระดูกขนาดมโหฬาร
หลี่เหวินหลินกวาดตามองรอบหนึ่ง จากนั้นก็วิ่งไปยังกรงอื่น
ลู่ซิงเฉินเหลียวหลังเห็นว่าไร้คนติดตาม จึงสาวเท้าเข้าไปในกรง
หล่อนกลั้นหายใจ ย่องย่างมาถึงหินเกลี้ยง ทันใดนั้น “แกร๊ก” เสียงดัง หินปริแตก
ภายในปรากฏปลอกคอสีเงินวงหนึ่ง
บนปลอกคอยังฝังหินสีส้มประดับไว้
นี่มันอะไร?
ลู่ซิงเฉินไม่รอช้า รีบเก็บเข้าไปในกระเป๋าสะพายเก็บของเสียก่อน
หล่อนคิดจะเก็บหินนั่นด้วย แต่พลันมีเสียงฝีเท้าดังแว่วมาจากด้านบน เลยชักถอยออกจากกรง แล้วตามหลี่เหวินหลินต่อ พลางตะโกนว่า “หยุดนะ!”
