ลุงโจวกล่าวว่า “คุณหนู ผมดูภาพจากกล้องหน้ารถแล้ว ตอนนั้นมีคนรอรถกันเยอะมาก เห็นแค่คุณเขยพุ่งออกมาจากฝูงชน...”
เจียงหลานสีหน้าเคร่งขรึม กัดฟันถามว่า “แล้วกล้องวงจรปิดริมถนนล่ะ?”
“ผมลองถามเพื่อนที่เป็นตำรวจแล้วครับ”
ลุงโจวถอนหายใจ น้ำเสียงเจือความจนใจอยู่หลายส่วน “วันนี้บริเวณนั้นกำลังซ่อมระบบไฟจึงปิดทั้งสัญญาณไฟจราจรและกล้องวงจรปิด ตอนนี้...ยังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“แต่...” น้ำเสียงของลุงโจวแผ่วต่ำลง “จากท่าทางตอนที่คุณเขยพุ่งออกไป ดูไม่เหมือนเขาพุ่งออกไปเอง คล้ายกับว่า...มีคนผลักเขาจากด้านหลัง”
เจียงหลานกำโทรศัพท์แน่น มือสั่นไม่หยุด
เธอนึกถึงตอนที่รีบไปถึงเมื่อเช้า คนที่มุงดูเหตุการณ์บอกว่าเกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ แม้แต่ตอนรถพยาบาลมาถึงก็ยังบอกว่าได้รับแจ้งเหตุรถชน แต่ตอนนั้นเธอเห็นลู่เหยียนจือบาดเจ็บหนัก จึงไม่ได้คิดอะไรมาก ยังนึกว่าเสิ่นเยี่ยนแกล้งทำ
มาคิดดูตอนนี้ สามีของเธอประสบอุบัติเหตุจริง ๆ
ในเมื่อเขาประสบอุบัติเหตุจริง แล้วทำไมลู่เหยียนจือถึงไม่บอกเธอ?
เขาอยู่ในที่เกิดเหตุชัด ๆ เห็นทุกอย่างกับตาชัด ๆ
ทำไมถึงไม่พูด?
คิดได้เช่นนั้น เจียงหลานจึงพูดกับปลายสายต่อว่า “สืบเรื่องอุบัติเหตุต่อไป! ฉันต้องแก้แค้นแทนสามีให้ได้”
“ได้ครับ” ลุงโจวตอบอย่างไม่ลังเล
หลังวางสาย เธอก็หันไปมองลู่เหยียนจือที่ยืนอยู่ข้าง ๆ คราวนี้แววตาเต็มไปด้วยความระแวง
“ลู่เหยียนจือ บอกฉันมาสิว่าทำไมสามีฉันถึงต้องตีแก แกทำอะไรกันแน่?”
ลู่เหยียนจือสะดุ้งทั้งตัว รีบพูดว่า “พี่หลาน! พี่คงไม่สงสัยผมหรอกนะ ผมไม่ได้ทำร้ายพี่เขยจริง ๆ ผมจะกล้าทำแบบนั้นได้ยังไง ผะ...ผมสาบานเลยว่าไม่ได้แตะต้องพี่เขย...”
