“ถ้าเธอไม่อยากให้ตระกูลเจียงต้องอับอายขายหน้าจนหมดสิ้น”
คำพูดนั้นราวกับน้ำเย็นสาดโครมลงบนตัวเจียงหลาน
เธอยืนนิ่งอยู่กับที่ ใบหน้าซีดแล้วแดง แดงแล้วซีด
เธอยกมือชี้เสิ่นเยี่ยน หน้าอกกระเพื่อมแรง พยายามอยู่นานกว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้ “เสิ่นเยี่ยน! นาย... นายทำเกินไปแล้ว!”
“ฉันไม่ได้นอกใจ กฎหมายก็ไม่มีทางตัดสินให้เราหย่ากัน! อย่าคิดจะเอาเรื่องนี้มาขู่ฉัน!”
เสิ่นเยี่ยนไม่แม้แต่จะเงยเปลือกตาขึ้นมองตอนเธอกำลังโกรธจนเสียสติ เขาหันหลังเดินตรงเข้าครัว ทิ้งไว้เพียงสองคำอย่างเฉยชา “แล้วแต่เธอ”
“นาย!”
เจียงหลานโกรธจนตัวสั่น เพลิงโทสะในอกแทบระเบิดออกมา
เธอจ้องไปทางห้องครัว ในใจยังคงแอบหวังว่าเขาจะเดินออกมาง้อ
ตลอดสามปีที่แต่งงานกันก็เป็นแบบนี้มาตลอด
ไม่ว่าใครจะผิด แค่เธองอนหรือทำหน้าบึ้ง คนที่ยอมลงให้ก่อนก็เป็นเสิ่นเยี่ยนเสมอ
ผ่านไปหลายวินาที ในครัวมีเพียงเสียงน้ำจากก๊อก
ความเย็นชาอย่างสิ้นเชิงทำร้ายจิตใจยิ่งกว่าการทะเลาะกัน
“ดี เสิ่นเยี่ยน นายแน่มาก!”
เจียงหลานพังทลาย เธอกัดฟันคำราม คว้ากระเป๋าบนโซฟาขึ้นมาแล้วหันหลังเดินฉับ ๆ ไปที่ประตู
ปัง!
บานประตูสั่นครืน
ในครัว มือของเสิ่นเยี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหั่นผักต่อ
เขาไม่ได้ตามออกไป
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เจียงหลานก็มาถึงบ้านหลินชิงเยว่
ทันทีที่ก้าวเข้าประตู ความน้อยใจและความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในใจก็เก็บกดต่อไปไม่ไหวอีก
“โมโหจะตายอยู่แล้ว!”
บ้านของหลินชิงเยว่จัดเป็นระเบียบและอบอุ่น บนโต๊ะกลางในห้องนั่งเล่นมีแล็ปท็อปเปิดหน้าจอค้างไว้ หน้าจออยู่ที่หลังบ้านไลฟ์สด จำนวนผู้ชมออนไลน์เป็นศูนย์ไปนานแล้ว ดูท่าคงเพิ่งปิดไลฟ์ได้ไม่นาน
หลินชิงเยว่กำลังเอนตัวอยู่บนโซฟาและพอกหน้า พอเห็นเธอเดินเข้ามาพร้อมดวงตาแดงก่ำก็ไม่ได้แปลกใจ เพียงถอนหายใจ “ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ?”
