เสิ่นเยี่ยนไม่ได้มองเธอ เขาเดินตรงไปที่ห้องอาหาร ก้มลงเก็บขยะบนพื้น
เจียงหลานเดินเข้ามา กัดริมฝีปากแล้วพูดว่า “ที่รัก เราอย่าทะเลาะกันได้ไหม? แล้วก็... คุณบาดเจ็บได้ยังไง ที่รัก เมื่อกี้ไปทำอะไรมาเหรอ?”
เธอเพิ่งสังเกตเห็นชัด ๆ ว่าสามีเปื้อนฝุ่นไปทั้งตัว ปลายแขนเสื้อก็ขาดเป็นรู ใบหน้ายังมีรอยแผล ดูมอมแมมไม่น้อย
“ไม่มีอะไรหรอก มีอะไรก็พูดมาตรง ๆ”
เมื่อครู่เสิ่นเยี่ยนเพิ่งมีเรื่องชกต่อยมา เขารู้ว่าตัวเองดูมอมแมม แต่ก็ไม่อยากอธิบาย
“ที่รัก ฉันรู้ว่าฉันไม่ควรออกไปเจอลู่เหยียนจือ ฉันก็ถูกหลอกเหมือนกัน คุณใจเย็นลงหน่อยได้ไหม ฉันสัญญาว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย ต่อไปฉันจะเชื่อฟังคุณทุกอย่าง เรามาใช้ชีวิตด้วยกันดี ๆ นะ”
เสิ่นเยี่ยนฟังแล้วรู้สึกขำ เรื่องก็ทำไปแล้ว พูดอะไรตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร?
เขาเปิดประตู ตั้งใจจะเข้าไปนอน ไม่อยากคุยเรื่องไร้สาระ
แต่เจียงหลานกลับรั้งเขาไว้อีกครั้ง สีหน้าจริงจัง “หายโกรธแล้วได้ไหม? ฉันรู้จริง ๆ ว่าฉันผิด คุณให้โอกาสฉันอีกสักครั้งไม่ได้เหรอ? อีกอย่าง เป็นสามีภรรยากัน จะมีเรื่องโกรธกันข้ามคืนได้ยังไง ฉันอาจทำไม่ถูกอยู่บ้าง แต่ถ้าเรายังรักกันอยู่ จะมีอุปสรรคอะไรที่ผ่านไปไม่ได้”
รักกัน... เสิ่นเยี่ยนรู้สึกขำทั้งขมขื่นอยู่ในใจ
บางทีเมื่อก่อนเราอาจเคยรักกัน แต่ตอนนี้คุณเปลี่ยนใจไปแล้วนี่ คุณแคร์น้องชายบุญธรรมของคุณมากกว่า แต่กลับจะให้ฉันทนงั้นเหรอ?
ขอโทษนะ คุณผ่านมันไปได้ แต่ฉันผ่านไปไม่ได้!
เขาเคยให้โอกาสเธอมาหลายครั้งแล้ว แต่เธอก็ไม่เคยเห็นค่า วันนี้ยังทิ้งเขาไว้แล้ววิ่งไปฉลองวันเกิดกับน้องชายบุญธรรม แถมยังกอดกันอีก
