เจียงหลานเดินเข้ามา เห็นข้าวของกระจัดกระจายเต็มพื้นก็สะดุ้งตกใจ
“นี่... นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
เธอปิดประตูแล้วถามเสียงตะกุกตะกัก
เสิ่นเยี่ยนไม่สนใจเธอ เขานั่งอยู่บนโซฟา บุหรี่ระหว่างนิ้วใกล้จะมอดเต็มที แววตาสงบนิ่งจนเดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไร
เจียงหลานใจเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดว่าเรื่องคืนนี้จะร้ายแรงอะไรนัก เธอจึงถอดรองเท้าแล้วเดินเข้าไปออดอ้อน “ที่รัก ฉันก็กลับมาแล้วไง อย่าโกรธเลยนะ!”
ถ้าเป็นเมื่อก่อน แค่เธอออดอ้อน เสิ่นเยี่ยนก็จะวางทุกอย่างในมือ เดินเข้ามากอดเธอแล้วพูดจาเอาอกเอาใจ
ครั้งก่อนเธอตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะหิว อยากกินปิ้งย่าง พอเธออ้อนแบบนี้ เสิ่นเยี่ยนก็สวมเสื้อคลุมออกจากบ้าน วิ่งไปซื้อมาให้เธอจากร้านที่อยู่ห่างออกไปสองถนน แล้วยังนั่งเฝ้าข้างเตียงจนเธอกินเสร็จ
แต่คราวนี้เสิ่นเยี่ยนกลับไม่ทำอย่างนั้น
ไม่เพียงไม่สนใจเธอ แม้แต่จะปรายตามองสักครั้งก็ไม่มี
เจียงหลานเบ้ปาก กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สังเกตเห็นผ้าพันแผลที่นิ้วมือของเขาเสียก่อน จึงอุทานขึ้นทันที “ที่รัก นาย... นายบาดเจ็บเหรอ?”
พูดจบเธอก็ยื่นมือไป หมายจะดูแผลของเขา
เพียะ!
เสิ่นเยี่ยนปัดมือเธอออกอย่างแรง สีหน้าเรียบเฉย “ไปให้พ้น”
แรงตบนั้นหนักมาก หลังมือของเจียงหลานแดงเถือก เธอร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนพูดอย่างน้อยใจ “ที่รัก นายตีฉันเจ็บนะ”
เสิ่นเยี่ยนเพียงเหลือบมองเธออย่างเฉยชา แววตาไร้ความอ่อนโยนอย่างที่เคยมี
เย็นชาและห่างเหิน
แววตานั้นทำให้เจียงหลานใจสั่นขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ
ที่จริงตั้งแต่ตอนออกมาจากบ้านของลู่เหยียนจือ เธอก็รู้สึกเสียใจแล้ว หากรู้ว่าจะเป็นแบบนี้ เธอคงไม่ไปที่นั่น พอรู้ว่าเหยียนจือไม่เป็นไรก็ควรรีบกลับมาทันที
