ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน
แปะ
ไฟถูกเปิดขึ้น
หลินชิงเยว่ยืนอยู่ตรงประตู มองสภาพห้องที่เละเทะตรงหน้า แล้วเผลออุทานว่า “นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย?”
เสิ่นเยี่ยนนั่งอยู่บนพื้นแบบนั้น ปลายนิ้วคีบบุหรี่ไว้ เลือดสีแดงสดหยดลงมาจากนิ้วของเขาไม่หยุด
สภาพอันน่าเวทนาที่สุดของผู้ชายคนหนึ่ง ถูกเผยให้เห็นต่อหน้าทุกคนในวินาทีนั้น
หลินชิงเยว่ขมวดคิ้ว เดินเข้าไปใกล้ ทันใดนั้นรูม่านตาก็หดแคบลง ก่อนร้องถามอย่างตกใจว่า “นายบาดเจ็บเหรอ?”
ก่อนหน้านี้เธอคิดว่าเลือดที่ไหลจากมือเสิ่นเยี่ยนเป็นไวน์แดง แต่พอเดินเข้าไปใกล้ถึงได้เห็นว่ามันคือเลือดที่ไหลออกมาจากแผลถูกบาด
เสิ่นเยี่ยนก้มมองอย่างช้า ๆ ก่อนส่ายหน้า แล้วพูดเสียงเรียบว่า “ไม่เป็นไร”
แววตาของหลินชิงเยว่ฉายความรู้สึกซับซ้อนวูบหนึ่ง
เธอเดาออกแล้วว่าสถานการณ์แบบนี้เกิดจากเพื่อนรักคนที่ไม่รู้จักแยกแยะถูกผิดของเธอ ทิ้งสามีไปหาน้องชายบุญธรรมอีกแล้ว
คิดถึงตรงนี้ เธอก็ถอนหายใจเบา ๆ แล้วบอกว่า “พื้นสกปรก อย่านั่งกับพื้นเลย ลุกขึ้นเถอะ ฉันช่วยทำแผลให้”
เสิ่นเยี่ยนส่ายหน้าช้า ๆ สูบบุหรี่อย่างเงียบงัน
“เลิกสูบได้แล้ว เป็นลูกผู้ชายหรือเปล่า สูบบุหรี่แล้วปัญหาจะหายไปไหม?”
หลินชิงเยว่ยื่นมือไปแย่งบุหรี่ครึ่งมวนจากมือเขา แล้วโยนลงพื้นเหยียบดับ
จากนั้นเธอก็เดินเข้าไปดึงแขนเสิ่นเยี่ยน พยุงเขาลุกขึ้นจากพื้น
พลางบ่นพึมพำว่า “นายกินอะไรเข้าไปเนี่ย ดูก็ไม่เห็นมีเนื้อเท่าไร ทำไมตัวหนักขนาดนี้?”
ที่จริงเสิ่นเยี่ยนตัวสูงมาก พื้นฐานจากการฝึกยืนม้าฝึกหมัดอยู่เป็นประจำทำให้แม้จะดูผอมเพรียว แต่ร่างกายกลับแน่นแข็งเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ
