เสิ่นเยี่ยนรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว แต่ก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขาหัวเราะเยาะแล้วพูดว่า “บ้านของเธองั้นเหรอ ดีเหลือเกิน! ในเมื่อเขาไม่ไป ฉันไปเอง!”
พูดจบเขาก็หันหลังเดินเข้าบ้าน พอกลับออกมาอีกครั้ง ในมือก็มีเป้ใบหนึ่ง
ในเป้ไม่ได้ใส่ของไว้มากนัก มีเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนไม่กี่ชุด บัตรประชาชน บัตรธนาคาร แล้วก็โทรศัพท์เครื่องเก่า
เขาไม่มองเธอ เดินตรงไปที่โถงทางเข้าแล้วนั่งยอง ๆ เปลี่ยนรองเท้า
เจียงหลานเพิ่งได้สติ รู้ตัวว่าพูดผิดไป ใจก็พลันร้อนรนขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล รีบคว้าแขนสามีไว้ “ฉัน... ฉันไม่ได้หมายความอย่างนั้น! ฉันแค่ทนไม่ไหวที่นายไม่ไว้หน้าฉันต่อหน้าเขา...”
เสิ่นเยี่ยนไม่ตอบ
เขากระชากแขนออกอย่างแรง แล้วหันหลังเดินจากไป
“เสิ่นเยี่ยน!” เจียงหลานตะโกนเรียกจากด้านหลัง “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
เสิ่นเยี่ยนไม่หันกลับมา
เจียงหลานยืนค้างอยู่ตรงโถงทางเข้า มึนงงไปพักใหญ่ ทั้งโกรธทั้งกระวนกระวาย
ลู่เหยียนจือเดินเข้ามา พูดอย่างอึกอักว่า “พี่หลาน ขอโทษนะ... ดูเหมือนผมจะทำให้พวกพี่ทะเลาะกันอีกแล้ว”
เจียงหลานชะงักไป ก่อนฝืนยิ้ม “ไม่เป็นไร เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอหรอก”
ลู่เหยียนจือถามต่อ “พี่เขย... เมื่อก่อนก็เป็นแบบนี้เหรอครับ?”
“เมื่อก่อนน่ะเหรอ...”
เจียงหลานมีสีหน้าหวนคิดถึง รอยยิ้มค่อย ๆ ปรากฏขึ้นโดยไม่รู้ตัว “เมื่อก่อนไม่ใช่แบบนี้เลย เขาไม่เคยอยากให้ฉันโกรธด้วยซ้ำ เวลาฉันงอน เขาจะเป็นฝ่ายยอมก่อนเสมอ เรื่องในบ้านเขาจัดการให้หมด แม้แต่เส้นผมของฉันสักเส้น เขายังกลัวว่าจะทำให้เจ็บ”
