การโยกย้ายในระบบราชการนั้นเปรียบเสมือนการทวนกระแสน้ำ ตำแหน่งดี ๆ ต่อให้แย่งกันหัวแตกก็ยากจะสอดเท้าเข้าไป แต่หากมีผู้ยินยอมร่วงลงจากเมฆาสู่โคลนตม ยอมสละโอกาสที่ผู้อื่นไขว่คว้า แลกกับงานระดับล่างที่ทุกคนหลบลี้หนีหน้า เรื่องกลับกลายเป็นง่ายดายอย่างเหลือเชื่อ
คำร้องขอลงพื้นที่ระดับล่างของพานเจ๋อหลินใช้เวลาไม่ถึงสามวันก็ได้รับอนุมัติ
ขณะรับหนังสือแนะนำตัวจากหลิวฉางหย่วน พานเจ๋อหลินแสดงสีหน้าฉงนมองอีกฝ่าย
“ท่านคณบดี นี่มัน...”
ที่พานเจ๋อหลินฉงนก็เพราะครานี้นอกจากหนังสือแนะนำตัวแล้ว เขายังได้รับซองเอกสารเพิ่มมาอีกหนึ่งซอง
หลิวฉางหย่วนกวาดตามองซองเอกสารในมือพานเจ๋อหลิน “เปิดดูเถิด นี่คือการชดเชยให้แก่เจ้า”
พานเจ๋อหลินได้ยินดังนั้นก็เปิดซองเอกสารต่อหน้าหลิวฉางหย่วน ดึงกระดาษ A4 แผ่นหนึ่งที่ยังคละคลุ้งกลิ่นหมึกสดใหม่ออกมา เนื้อความในเอกสารเป็นอักษรดำบนพื้นขาว เขียนไว้ชัดแจ้งว่า:
《ความเห็นการจัดสรรงานของสหายพานเจ๋อหลิน》
ด้วยสหายพานเจ๋อหลินสมัครใจยื่นคำร้องขอไปฝึกฝนที่แนวหน้าปราบปรามยาเสพติด ณ อำเภอวั่นซาน เมืองเหยียนไถ กำหนดระยะเวลาทดลองงานหนึ่งปี หากครบกำหนดประเมินผ่าน จะจัดการสวัสดิการระดับรองหัวหน้ากองให้ และพิจารณาตำแหน่งงานจริงระดับรองหัวหน้ากองตามสถานการณ์
บนเอกสารมิเพียงมีลายเซ็นของผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรมนุษย์และประกันสังคมประจำจังหวัด แต่ยังประทับตราสีแดงสดของสำนักงานฯ ไว้ด้วย
ปลายนิ้วของพานเจ๋อหลินลูบไล้ไปตามตราประทับสีแดงสดบนเอกสาร ลายมือสีหมึกคมกริบราวใบมีด ถ้อยคำว่า “สวัสดิการระดับรองหัวหน้ากอง” และ “ตำแหน่งงานจริงระดับรองหัวหน้ากอง” ราวกับเปลวเพลิงน้อย ๆ ลุกโชนขึ้นในส่วนลึกของหัวใจเขา
เดิมทีเขาคิดว่า การได้รับคำมั่นเรื่องสวัสดิการระดับรองหัวหน้ากองก็เป็นบุญวาสนายิ่งแล้ว หาได้คาดคิดไม่ว่า ทางมหาวิทยาลัยและสำนักงานทรัพยากรมนุษย์และประกันสังคมประจำจังหวัดจะมอบหลักประกันอันหนักแน่นเช่นนี้แก่เขา กระทั่งตำแหน่งงานจริงก็ยังเปิดทางไว้ให้
หลิวฉางหย่วนมองคลื่นอารมณ์ในแววตาของเขา ฉวยกระติกน้ำร้อนบนโต๊ะขึ้นจิบน้ำชาเข้มข้นล้างคอ มุมปากยกยิ้มบางเบา “เจ้าเด็กคนนี้ เมินตำแหน่งดี ๆ ในสำนักงานอัยการจังหวัดแผนกอาชญากรรมเศรษฐกิจ กลับดันทุรังกระโจนเข้าสู่ถ้ำมังกรสระเสือของกองปราบยาเสพติด เรื่องนี้แม้นายใหญ่ก็ยังตกใจ”
“นายใหญ่ก็ตกใจหรือ” พานเจ๋อหลินอุทานออกมาด้วยความตื่นตะลึง ร่างกายสั่นสะท้านไปทั้งตัว
หลิวฉางหย่วนพยักหน้าน้อย ๆ นิ้วมือเคาะลงบนโต๊ะเบา ๆ น้ำเสียงทุ้มลงหลายส่วน “เอกสารฉบับนี้ นายใหญ่โทรศัพท์ไปเจรจากับสำนักงานทรัพยากรมนุษย์ฯ เพื่อเจ้าเองโดยเฉพาะ เจ้าอย่าได้ทำให้ความปราถนาดีของท่านผู้เฒ่าสูญเปล่า”
ลมหายใจของพานเจ๋อหลินชะงักลงในบัดดล นายใหญ่ลงมือเอง? น้ำหนักนี้หนักหน่วงเกินกว่าที่เขาคาดไว้มากนัก
เดิมทีเขาคิดว่าเป็นเพียงหลิวฉางหย่วนดำเนินการภายในคณะ หาได้คาดคิดไม่ว่าจะทำให้ท่านนายใหญ่ลึกลับระดับรองผู้ว่าการกระทรวงท่านนั้นต้องเคลื่อนไหวจริง ๆ
“ท่านนายใหญ่...” ลูกกระเดือกของพานเจ๋อหลินขยับขึ้นลง ชั่วขณะกลับไม่รู้ว่าจะกล่าวสิ่งใดดี
“นายใหญ่ทราบว่าเจ้าอาสาไปแนวหน้าปราบปรามยาเสพติด จึงกำชับสำนักงานทรัพยากรมนุษย์ฯ เป็นพิเศษว่า อย่าทำให้คนหนุ่มที่มุ่งมั่นทำงานต้องใจชืด”
พานเจ๋อหลินก้มศีรษะมองตราประทับสีแดงสดบนเอกสาร รู้สึกเพียงในอกแน่นหนักอึ้ง
เอกสารนี้หาใช่การชดเชยอันใดไม่ หากเป็นความคาดหวังอันหนักอึ้งต่างหาก
เขาเก็บเอกสารกลับเข้าซองอย่างพิถีพิถัน เก็บไว้ในกระเป๋าเสื้อติดตัว ซองเอกสารนั้นราวกับมีน้ำหนักถึงพันชั่ง
“ท่านคณบดี ข้าเข้าใจแล้ว” พานเจ๋อหลินเงยหน้าขึ้น ในแววตาไร้ซึ่งความสงบเยือกเย็นแต่ก่อน กลับเจือปนด้วยความแน่วแน่เร่าร้อนหลายส่วน “ข้าอยู่ที่เหยียนไถ จะไม่ขายหน้ามหาวิทยาลัยฮั่นตงเป็นอันขาด”
หลิวฉางหย่วนมองเขา พยักหน้าเล็กน้อย ใบหน้าผุดแววปลื้มใจ “เข้าใจก็ดีแล้ว กองปราบยาเสพติดนั้นอันตรายนัก วิชาเศรษฐศาสตร์และนิติศาสตร์ที่เจ้าเรียนมา อาจใช้ประโยชน์ไม่ได้ ณ ที่นั่น แต่จงจำไว้ สมองย่อมมีประโยชน์ยิ่งกว่ากำปั้นเสมอ หากเจออุปสรรคที่ไม่อาจข้ามพ้น โทรมาหาข้าได้”
เขาหยุดชะงักไปเล็กน้อย ล้วงกระดาษแผ่นหนึ่งจากกระเป๋ายื่นให้พานเจ๋อหลิน “นี่คือหมายเลขโทรศัพท์ของรุ่นพี่คนหนึ่งของเจ้า เขาทำงานอยู่ที่คณะกรรมการพรรคประจำเมืองเหยียนไถ หวังว่าเจ้าจะไม่ต้องใช้เบอร์นี้”
พานเจ๋อหลินรับกระดาษแผ่นนั้นด้วยสองมือ หัวใจพลันร้อนผ่าวอีกครา “ขอบพระคุณ ท่านคณบดี ไม่ ขอบคุณ ท่านอาจารย์”
“จะขอบคุณอะไร” หลิวฉางหย่วนมิได้ใส่ใจคำเรียกของพานเจ๋อหลิน เพียงโบกมือแล้วเดินไปที่ริมหน้าต่าง เขามองดูเหล่านักศึกษาที่เพิ่งสำเร็จการศึกษาเดินขวักไขว่อยู่เบื้องล่าง น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความทอดถอนใจหลายส่วน “บัณฑิตจากมหาวิทยาลัยฮั่นตง ไม่ว่าจะไปไกลเพียงใด ล้วนเป็นลูกหลานของมหาวิทยาลัยฮั่นตง ไปเถิด จัดเก็บข้าวของ ระวังตัวบนท้องถนนด้วย”
พานเจ๋อหลินตอบรับเสียงหนึ่ง หมุนตัวเดินไปยังประตู เมื่อถึงประตูเขาชะงักฝีเท้า หันกลับมาโค้งคำนับลึก ๆ “ท่านคณบดี ขอท่านรักษาสุขภาพ”
หลิวฉางหย่วนโบกมือ “ข้าผู้เฒ่านี่ยังแข็งแรงดี หวังว่าครั้งหน้าที่พบกัน จะมิใช่การมาร่วมพิธีศพของเจ้า”
พานเจ๋อหลินผงกศีรษะหนักแน่น “ข้าจะรับประกันความปลอดภัยของตนเอง”
ก้าวพ้นจากอาคารเรียนของคณะเศรษฐศาสตร์ แสงอาทิตย์ยามเที่ยงสาดจ้าจนตาพร่า
พานเจ๋อหลินก้มมองซองเอกสารในอ้อมอก แล้วสัมผัสกระเป๋าเสื้อที่ซ่อนกระดาษแผ่นนั้น ในใจเอ่อล้นด้วยความยินดีปรีดา ขณะเดียวกันก็ถอนหายใจโล่งอกอย่างใหญ่หลวง
ชาติก่อนเขาเคยได้ยินโดยบังเอิญว่า ฉีถงเหว่ยแม้จะถูกเหลียงลู่กลั่นแกล้ง แต่ก็เคยได้รับความสนใจจากท่านนายใหญ่
เพียงแต่หลังจากฉีถงเหว่ยยอมจำนนต่อเหลียงลู่ เอ่ยปากขอแต่งงานพร้อมคุกเข่ากลางสนามกีฬาเป็นที่โจษจัน นายใหญ่ก็เลิกสนใจ
การที่เขาอาสาไปกองปราบยาเสพติดระดับล่างนั้น นอกจากคิดว่าตนฝึกวรยุทธ์มาแต่เล็กคงยังตายไม่ง่ายนัก และกองปราบยาเสพติดสามารถสร้างผลงานได้เร็วเพื่อเลื่อนตำแหน่งแล้ว มันก็คือการเดิมพัน เดิมพันว่าการสมัครใจลงพื้นที่ระดับล่างจะได้รับความสนใจจากท่านนายใหญ่ผู้ลึกลับ!
กระทั่งเดิมพันว่าท่านนายใหญ่จะหันมาสนใจตน นั่นต่างหากคือความลับที่ไม่อาจเอ่ยได้อย่างแท้จริงในการลงพื้นที่ระดับล่างของเขา และยังเป็นเส้นทางหนึ่งที่จะเปลี่ยนชะตากรรม
ความสนใจจากผู้นำมหาวิทยาลัยระดับรองผู้ว่าการกระทรวง เพียงแค่ได้รับการยอมรับ ด้วยเครือข่ายสัมพันธ์อันกว้างขวางของผู้นำระดับรองผู้ว่าการกระทรวงเหล่านี้ ย่อมเป็นประโยชน์ใช้ได้ไม่รู้จบ
พานเจ๋อหลินรู้ดี ก้าวเดินของตนนี้แม้จะอันตรายอยู่บ้าง แต่ก็เดิมพันถูกแล้ว
กลับถึงหอพัก พานเจ๋อหลินก็เห็นเฉินป๋อเพื่อนร่วมห้องกำลังเก็บข้าวของเช่นกัน นักศึกษาคนอื่น ๆ นั้น บ้างกลับบ้าน บ้างก็ไปรายงานตัวที่หน่วยงานแล้ว
หอพักอาจารย์เหลือเพียงเฉินป๋อกับพานเจ๋อหลินสองคน
เมื่อเห็นพานเจ๋อหลินกลับมา แววตาอิจฉาของเฉินป๋อไม่ปิดบังเลยแม้แต่น้อย
“พานเจ๋อหลิน เจ้าถูกจัดสรรไปสำนักงานอัยการจังหวัด ต่อไปรุ่งเรืองแล้วอย่าลืมอุปถัมภ์ข้าผู้น้องด้วยนะ!”
พูดถึงตรงนี้ ใบหน้าเฉินป๋อเผยสีหน้าประจบประแจงอย่างเหมาะเจาะ “สำนักงานอัยการจังหวัดนะ เป็นที่ที่หลายคนแย่งกันหัวแตกก็ยังเข้าไม่ได้ คิดว่าไม่เกินสองปีคงต้องเรียกเจ้าว่าสหายพานหัวหน้ากองแล้วกระมัง!”
พานเจ๋อหลินยิ้มน้อย ๆ ไม่ได้อธิบาย ทั้งไม่อาจอธิบาย เขาตบไหล่เฉินป๋อ “สหายเฉินป๋อช่างพูดเล่น เป็นผู้รับใช้ประชาชนเหมือนกัน หาได้สูงต่ำแตกต่างกันไม่”
เฉินป๋อได้ยินก็ทำหน้าบอกบุญไม่รับ บุ้ยปาก “เจ้าได้ไปอยู่สำนักงานอัยการจังหวัดย่อมพูดเช่นนี้ หากถูกส่งไปในชนบท เจ้าก็คงไม่มองโลกในแง่ดีเช่นนี้หรอก”
พานเจ๋อหลินเพียงยิ้มบาง มิได้โต้เถียงกับเฉินป๋อ
ภายหน้าหากเขาสร้างผลงานและถูกย้ายออกจากกองปราบยาเสพติด เฉินป๋อก็จะเข้าใจคำพูดของเขาในวันนี้เอง
เนื่องจากพานเจ๋อหลินจะไปอยู่กองปราบยาเสพติด ฉะนั้นภายในมหาวิทยาลัยนอกจากตัวเขาเองกับผู้นำส่วนน้อยแล้ว ผู้อื่นไม่รู้เลยว่าเขาถูกเปลี่ยนแปลงหน่วยงานจัดสรรไปแล้ว
เพื่อนร่วมชั้นทุกคนยังคงคิดว่าเขาจะไปสำนักงานอัยการจังหวัด
เมื่อบอกลาเพื่อนร่วมห้องแล้ว พานเจ๋อหลินก็สะพายเป้ยีนส์ที่เก็บของเรียบร้อยแล้วมุ่งไปยังประตูมหาวิทยาลัย
คนขับรถสามล้อหน้าประตูมหาวิทยาลัยเห็นเขาสะพายเป้ก็ตะโกนร้องเรียกมาแต่ไกล “เพื่อนเอ๋ย จะไปไหน?”
พานเจ๋อหลินวางเป้ขึ้นรถ “ลุง ขอไปสถานีรถโดยสาร”
“ได้เลย”
รถสามล้อกระตุก ๆ ติดเครื่องยนต์ หมุนขึ้นมาก่อฝุ่นตลบ
พานเจ๋อหลินหันกลับไปมองประตูมหาวิทยาลัยฮั่นตงอีกครั้ง ตัวอักษร ‘มหาวิทยาลัยฮั่นตง’ สุกสกาววาววับท่ามกลางแสงอาทิตย์
เขารู้ดีว่า นับแต่นาทีนี้ วันเวลาแห่งมหาวิทยาลัยฮั่นตงได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว ส่วนหยาดเลือดและเปลวเพลิงแห่งเหยียนไถ กำลังรอคอยเขาอยู่
จะเป็นศัสตราหักจมทราย หรือมังกรเหินสู่ฟ้า ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของเขาแล้ว