เดิมทีสวี่จ้าวตั้งใจจะปฏิเสธคำขอค้างคืนของหลีหมิงเยวี่ย แต่พอคิดอีกที เธอต้องออกไปป่าโห้วเฟิง และยังต้องอาศัยรถบ้านของอีกฝ่ายเดินทางด้วย
ถ้าปฏิเสธไม่ให้อีกฝ่ายค้างคืนตอนนี้ ก็คงไม่สะดวกใจจะขอยืมรถบ้านของอีกฝ่ายอีก ทั้งยังทำให้การเดินทางร่วมกันตลอดทางกระอักกระอ่วน
ยิ่งไปกว่านั้น ระหว่างที่หลีหมิงเยวี่ยให้บอดี้การ์ดกลับบ้านไปเอาเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยน เธอยังขนของขวัญมาเต็มรถอีกด้วย
บอดี้การ์ดสองคนช่วยกันยกกล่องของขวัญเข้าบ้านทีละกล่อง
หลีหมิงเยวี่ยเปิดกล่องแล้วแนะนำให้คนตระกูลสวี่ฟัง “พวกนี้เป็นผักผลไม้ที่ฉันใช้พลังพิเศษเร่งให้เติบโต นี่คือสตรอเบอร์รี หวานมาก เป็นพันธุ์ที่ยังไม่กลายพันธุ์เมื่อหกร้อยปีก่อนในดินแดนรกร้าง
ส่วนกล่องนี้เป็นแตงโมพันธุ์กลายพันธุ์ที่ผ่านการปรับปรุง เมล็ดได้รับการพัฒนาจากทางการ รสชาติดีกว่าแตงโมกลายพันธุ์ที่เติบโตเองตามธรรมชาติในป่า”
หลีหมิงเยวี่ยแนะนำผักผลไม้ในกล่องทีละอย่าง ก่อนหยิบสตรอเบอร์รีผลหนึ่งยื่นไปตรงปากสวี่อวิ้น
หลีอวิ๋นตั่วรีบก้าวเข้าไปเบา ๆ ปัดมือเธอออก แล้วปฏิเสธว่า “ของพวกนี้มีค่ามากเกินไป ครอบครัวเราไม่อาจรับไว้ได้ รบกวนน้องชายทั้งสองช่วยยกของกลับไปด้วยนะ”
ในใจเธอยิ่งกระวนกระวายขึ้นไปอีก อยู่ดี ๆ ก็เอาของมาให้ ย่อมต้องมีเจตนาแอบแฝง
เขตที่หลานสาวจะไปพร้อมกับกลุ่มนักล่าหินดำ จะมีอันตรายซ่อนอยู่หรือเปล่านะ?
“พวกนี้เป็นผักผลไม้ที่ฉันใช้พลังพิเศษเร่งให้เติบโต สำหรับฉันแล้วไม่ได้มีค่าอะไรนัก” หลีหมิงเยวี่ยยื่นสตรอเบอร์รีไปตรงปากหลีอวิ๋นตั่ว พลางเกลี้ยกล่อม “ลองชิมสักผลสิคะ คุณย่าหลี! เราแซ่เดียวกัน ฉันถือว่าคุณเป็นย่าแท้ ๆ คุณอย่าปฏิเสธน้ำใจของเด็กเลยนะคะ”
