ทุกคนพูดคุยหัวเราะกันพลางกินอาหารเช้าจนหมด หลีหมิงเยวี่ยเช็ดมุมปากให้สะอาด ลุกขึ้นมองสวี่จ้าว
“เก็บของเรียบร้อยหมดแล้วใช่ไหม? ขบวนรถรออยู่ที่ประตูเมืองแล้ว พวกเราออกเดินทางกันเถอะ!”
สวี่จ้าวพยักหน้าเบา ๆ แล้วตรวจนับเสบียงในมิติส่วนตัวอย่างละเอียดอีกรอบ
คุณปู่กับคุณย่าจูงมือสวี่อวิ้น เดินไปส่งสวี่จ้าวกับหลีหมิงเยวี่ยถึงชั้นล่าง
ผู้เฒ่าทั้งสองกำชับให้ระมัดระวังระหว่างทางซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก่อนจะส่งสวี่จ้าวขึ้นรถบ้านดัดแปลงด้วยความอาลัย
ทั้งสองขึ้นไปนั่งในรถ หลีหมิงเยวี่ยตะโกนไปทางห้องคนขับว่า “ลุงจวิน ออกเดินทางได้แล้ว!”
รถบ้านค่อย ๆ เคลื่อนออกไป ไม่นานก็ถึงประตูเมืองชั้นนอก
หวังจวินนั่งอยู่ในห้องคนขับ ลดกระจกรถลงแล้วตะโกนสั่งขบวนรถทั้งหมด “ออกเดินทาง!” พูดจบก็ขับรถบ้านมุ่งหน้าต่อไป
หลีหมิงเยวี่ยจูงสวี่จ้าวไปนั่งบนเก้าอี้นุ่มในรถบ้าน จากนั้นหยิบองุ่นกลายพันธุ์สีแดงสดจานหนึ่งออกจากตู้เย็นในรถ มาวางบนโต๊ะกลาง
เธอหยิบองุ่นกลายพันธุ์ลูกหนึ่งที่ใหญ่เท่ากำปั้นยัดใส่มือสวี่จ้าว “ลองชิมดูสิ หวานมากเลยนะ”
สวี่จ้าวปอกเปลือกองุ่นแล้วใส่ปากกัดคำใหญ่
ทันทีที่เนื้อองุ่นแตก น้ำหวานฉ่ำสดชื่นก็แผ่ซ่านเต็มปาก
สวี่จ้าวกินองุ่นทั้งลูกหมดในไม่กี่คำ แล้วชี้ไปยังผลที่เหลือบนโต๊ะพลางชม “องุ่นนี่รสชาติดีมากเลย”
หลีหมิงเยวี่ยปอกเปลือกองุ่นพลางพูดอย่างภาคภูมิใจ “องุ่นพวกนี้ฉันใช้พลังพิเศษเร่งให้โตเองเลยนะ เก่งไหมล่ะ?”
เธอย้ายต้นองุ่นกลายพันธุ์ระดับหนึ่งไปปลูกไว้ในสวนเล็ก ๆ ที่วิลล่าของตัวเอง แล้วใช้พลังธาตุไม้เร่งการเติบโตและบำรุงดูแลทุกวัน ในที่สุดเมื่อไม่กี่วันก่อนมันก็ออกผลสุก
