เสานั่วพาไคล์แช่น้ำอยู่พักหนึ่ง พลันนึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
เจ้านายน้อยฟักออกจากไข่มาสองสามวันแล้ว แต่ดูเหมือนยังไม่ได้กินอะไรเลย เอาแต่รอน้องชายกับน้องสาวเกิดพร้อมกับนางมาตลอด
ตอนนี้น้องชายกับน้องสาวก็หนีหายไปหมดแล้ว ถึงเวลาพาเจ้านายน้อยไปหาอะไรกินเสียที
“ฟ่อ ฟ่อ ฟ่อ หิวแย่แล้วใช่ไหม ไป แม่พาเจ้าไปหาอะไรกิน”
“ฟ่อ ฟ่อ ฟ่อ รอเจ้าโตขึ้นอีกหน่อย แม่จะสอนการล่าเหยื่อให้”
นางเองก็ไม่รู้ว่าต้องเลี้ยงลูกงูอย่างไร แต่สัตว์ป่าโดยทั่วไปก็คงเลี้ยงลูกน้อยกันแบบนี้กระมัง
อย่างไรเสียนางก็ไม่มีน้ำนม ทำได้แค่นี้เท่านั้น
เสานั่วเลื้อยออกจากลำธาร กำชับเจ้านายน้อยให้ตามมาใกล้ ๆ จากนั้นก็แลบลิ้นงูออกไป เริ่มจับสัมผัสเหยื่อรอบบริเวณ
ยุง กบ เม่น กวางโร หนูตะเภา...
ท้ายที่สุด นางเลือกหนูตะเภาตัวไม่ใหญ่ตัวหนึ่ง แล้วเลื้อยไปยังรังของมันอย่างเงียบเชียบ
มันเป็นโพรงดินที่อยู่ติดกับหน้าผา ข้างในมีกลิ่นของหนูตะเภาลอยออกมา ทั้งยังได้ยินเสียงฝีเท้าของมันวิ่งไปมาอยู่ใต้ดิน
ใช่แล้ว ในฐานะงู ประสาทสัมผัสของนางเฉียบคมถึงเพียงนี้
วิธีการล่าเหยื่อของเสานั่วมีอยู่เพียงคำเดียว นั่นคือรอ
นางเฝ้าอยู่ข้างโพรงดิน รออย่างเงียบงันให้หนูตะเภาค่อย ๆ เข้าใกล้ปากโพรง ใจของเสานั่วเต้นตื่นเต้น ทว่าร่างกายกลับนิ่งไม่ไหวติง
นางจ้องปากโพรงเขม็ง วินาทีถัดมา หัวสีเทามอมแมมก็ยื่นออกมา เสานั่วพุ่งปราดออกไปในชั่วพริบตา รัดร่างหนูตะเภาไว้แน่น แล้วอ้าปากกัดลำตัวของมัน ฉีดพิษเข้าไป
