ในที่สุดเสานั่วก็ได้นอนหลับอย่างสบายใจสักที แต่เช้าวันรุ่งขึ้นฟ้ายังไม่ทันสว่าง ก็ถูกเสียงเสียดสีเปลือกไม้ดังเป็นระลอกปลุกให้ตื่น คิ้วขมวดมุ่น
วันนี้เสียงดังชะมัด
เธอกระดิกหางอย่างหงุดหงิด พลิกตัวแล้วนอนต่อ
สำหรับงูแล้ว นอนแค่วันเดียวจะพอได้อย่างไร อย่างน้อยก็ต้องสามวันขึ้นไป เธอจำได้ว่าสถิติการนอนที่ยาวนานที่สุดของตัวเองคือกินกระรอกไปตัวหนึ่ง แล้วนอนแผ่ยาวถึงเจ็ดวันเต็ม
เมื่อวานเธอเหนื่อยมากจริง ๆ คราวนี้ถ้าไม่ได้นอนให้ครบเจ็ดวัน จะคู่ควรกับตัวเองได้อย่างไร
แต่ไม่นานนัก เสียงเสียดสีเปลือกไม้ซู่ซ่าก็ดังขึ้นอีกครั้ง ในที่สุดเธอก็ทนไม่ไหว ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าใครกำลังก่อเรื่อง
“ฟ่อ ๆ ๆ เจ้าจะเอาอะไรนักหนา กินแล้วก็ไม่ยอมนอนดี ๆ วิ่งไปทั่วทำไม ไม่รู้หรือว่าทำแบบนี้จะย่อยไม่ดีน่ะ?”
ประโยคหลังเธอแต่งขึ้นเองทั้งนั้น แต่เอาไว้หลอกลูกน้อยที่เพิ่งเกิดใหม่ก็ง่ายนิดเดียว
ไคล์ไม่ค่อยเข้าใจนักว่าอาการย่อยไม่ดีคืออะไร แต่ฟังออกว่าน้ำเสียงของแม่กำลังโกรธมาก
เขาจึงพูดอย่างรู้ความว่า “ฟ่อ ผมไม่เข้าไป ผมจะนอนหมอบอยู่ข้าง ๆ นี่แหละ แม่ก็นอนต่อเถอะ”
เขาเพิ่งไต่จากช่องว่างในเส้นใยต้นปาล์มของตัวเองมาจนถึงข้างเส้นใยต้นปาล์มของแม่ เพราะจำเรื่องคราวก่อนได้ เขาจึงไม่กล้าเบียดเข้าไปตรง ๆ
ถ้าทำแบบนั้น แม่คงยิ่งโกรธ
ไคล์จึงอยู่ข้างนอก มองแม่ผ่านช่องว่าง
แม่ของเขามีสีสันสวยงาม หัวก็สวย ดวงตาก็สวย จมูกก็สวย พูดได้ว่าไม่มีตรงไหนไม่สวยเลย
