ไม่กี่วันต่อมา ไคล์ไม่ได้รีบเร่งเดินทาง แต่เลือกที่จะอยู่ที่เดิม ระหว่างจัดการซากกวางเรนเดียร์ตัวนั้น เขาก็พยายามจะทำเรื่องที่ธรรมชาติของสัตว์ป่าต้องการกับนางอยู่เรื่อย
แน่นอนว่า ตราบใดที่เขามีความต้องการนั้น เสานั่วก็จะหมอบลงกับที่ทันที เขาจึงได้แต่ตื๊อนางอย่างหนึบหนับ
เสานั่วตั้งแต่ถูกเขาสะกดด้วยการเลียขนจนทั่วตัว ก็ไม่สามารถมองไคล์ด้วยสายตาที่มนุษย์มองหมาป่าได้อีกต่อไป
ไคล์กัดหูของนาง นางก็ไม่สะดวกใจ ไคล์เลียปากของนาง นางก็ยิ่งรู้สึกแปลก ๆ
เฮ้อ
ในที่สุดนางก็เข้าใจคำพูดที่เคยได้ยินมาก่อนว่า หญิงแกร่งกลัวชายตื๊อ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า หญิงแกร่งก็ต้องกลัวหมาป่าตื๊อด้วยเหมือนกัน
เสานั่วถอนหายใจอย่างทุกข์ใจอยู่ในหลุมหิมะ
ตอนนี้ไคล์ไปจัดการกับกวางเรนเดียร์แล้ว ช่วงที่เขาหายไปนานๆ อย่างนี้นางถึงจะได้เงียบ ๆ สักที
แต่ยังไม่ทันได้นาน ไคล์ก็คาบขากวางกลับมาแล้ว เขาวางขากวางแช่แข็งลงบนพื้น เลียหน้านางก่อน จากนั้นก็เริ่มฉีกขากวางให้ ไม่ช้าก็เผยให้เห็นเนื้อแดงสดด้านใน
เขายังไม่หยุด แถมยังอยากอ้าปากกัดเนื้อให้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอีก...
เสานั่วสูดหายใจเข้าลึก ๆ รีบลุกขึ้น เดินไปคาบขากวางมากินเอง
ถ้าปล่อยให้ทำต่อไปคงจะน่าขยะแขยง นางไม่กินอาหารที่ไคล์เคี้ยวแล้วหรอก
"โฮ่ง ๆ ๆ"
เอาล่ะ ๆ ช่วงนี้แกก็เหนื่อยมามากแล้ว ไปพักผ่อนเถอะ อย่ามาจ้องฉันอยู่นั้นเลย
พูดจบ ก็ไม่สนใจว่าไคล์จะฟังเข้าใจหรือไม่ นางหันหลังพิงต้นไม้ เพื่อป้องกันไม่ให้เขาแอบโจมตีทางด้านหลัง แล้วก็กินอย่างเอร็ดอร่อย
เนื้อกวางยังคงหอมมาก พวกเขาอยู่ที่เดิมมาสามวันแล้ว ระหว่างนั้นก็มีสัตว์ตัวเล็ก ๆ มาลอบขโมยกวางเรนเดียร์ แต่ก็ถูกไคล์ไล่ไปหมด
