แปดโมงเช้า
กู่ยวี่นั่งกินอาหารเช้าอย่างเอื่อยเฉื่อยอยู่ที่โต๊ะอาหารในห้องนั่งเล่น
นมสดหนึ่งกล่อง ขนมปังไส้ชีสหนึ่งถุง กับขนมแป้งนุ่มรสเค็มโรยหมูหยองอีกหนึ่งชิ้น ก็อิ่มพอดี
ในห้องนั่งเล่นมีกู่ยวี่อยู่คนเดียว ชางโม่กับคนอื่น ๆ ออกไปฝึกซ้อมยามเช้าข้างนอก
ช่วงนี้ทุกคนค่อนข้างยุ่ง การฝึกซ้อมตามปกติจึงขาดตอนไปไม่น้อย ในเรื่องการฝึก ชางโม่คิดว่าปล่อยปละไม่ได้
เพราะต้องรอให้คนมาหา กู่ยวี่จึงไม่ได้ไปกับพวกเขา
ไม่นานนัก
เสียงเคาะประตูก็ดังมาจากด้านนอก ตามด้วยเสียงเรียก
“ขอถามหน่อยครับ พี่เสี่ยวอวี่อยู่ไหม พวกเราเป็นพ่อค้าเร่ขายหยกกับของโบราณในฐานที่มั่นครับ”
กู่ยวี่กินขนมหมูหยองสองคำจนหมด ก่อนหยิบนมกับขนมปังขึ้นมา
แล้วเดินไปดูที่ทางเข้า
หน้าประตูมีชายหญิงวัยกลางคนและคนหนุ่มสาวยืนอยู่สี่ห้าคน ในมือหิ้วถุงพลาสติกที่ใส่ของจนเต็ม สะพายเป้ตุง ๆ และยังหอบกล่องใบใหญ่ไว้อีกสองสามใบ
“อรุณสวัสดิ์ครับ พี่เสี่ยวอวี่”
เมื่อเห็นสาวสวยเดินออกมาจากในบ้าน มือยังถืออาหารที่มีมูลค่าหลายสิบแต้มผลงานไว้ด้วย
ชายหนุ่มวัยราวสามสิบปีคนหนึ่งในกลุ่ม ดวงตาเรียวยาว รีบยิ้มทักทาย คนอื่น ๆ ก็พากันทักตาม
“เข้ามาสิ!”
กู่ยวี่เดินไปทางโซฟาในห้องนั่งเล่น พ่อค้าเร่หลายคนเดินตามเข้ามา
พวกเขายืนเรียงแถวอยู่ตรงทางเดินระหว่างโต๊ะกลางกับโทรทัศน์ ตรงข้ามโซฟา รอให้ผู้มีเงินเป็นฝ่ายพูด
กู่ยวี่ไม่อ้อมค้อม มองพวกเขาแล้วพูดตรง ๆ ว่า “เริ่มจากหยกก่อน วางบนโต๊ะให้ฉันดูหน่อย”
พ่อค้าเร่หลายคนมองหน้ากัน ชายหนุ่มที่ทักทายก่อนสุดก้าวออกมาหนึ่งก้าว แล้วหยิบถุงพลาสติกใบหนึ่งออกจากอกเสื้อ
