เมื่อเห็นกู่ยวี่ไม่พอใจ
ชายวัยกลางคนใจหายวาบ เด็กสาวคนนี้ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เห็นภายนอกจริง ๆ สินน้ำใจคงเอาไปแลกได้ยาก
เขาจึงรีบยิ้มแล้วพูดว่า “คุณให้เท่าที่เห็นสมควรเถอะ ขอแค่มีอะไรกินก็พอ”
อยากได้ของกินสินะ
กู่ยวี่ค้นลิ้นชักอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบช็อกโกแลตออกมาครึ่งกล่อง ข้างในมีช็อกโกแลตแท่งใหญ่ห่อแยกกัน 6 แท่ง แท่งละ 43 กรัม
เป็นของที่เธอเอามาจากซูเปอร์มาร์เก็ตเมื่อวาน
กู่ยวี่วางกล่องช็อกโกแลตไว้กลางแผ่นกระจก แล้วหันไปถามชายวัยกลางคนว่า “ของชิ้นนี้แลกกับลูกปัดไม้ได้ไหม?”
พอเห็นช็อกโกแลตบนโต๊ะ ชายวัยกลางคนก็จ้องตาเป็นประกาย แอบเหลือบมองวันผลิตเล็กน้อย พบว่าเพิ่งผลิตได้เดือนกว่า
หมายความว่าช็อกโกแลตยังเก็บได้อย่างน้อยอีกปี
“พอแล้ว ๆ”
ชายวัยกลางคนรีบตอบ พลางคว้าช็อกโกแลตไว้ในมือ
วันสิ้นโลกเพิ่งผ่านไปไม่ถึงเดือน
แต่ฐานที่มั่นกลับควบคุมอาหารเข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ ไม่มีใครรู้ว่าหนึ่งปีข้างหน้าจะเป็นอย่างไร สะสมเสบียงไว้มากหน่อยย่อมไม่เสียหาย
เมื่อเห็นกู่ยวี่ใจกว้างขนาดนี้ พ่อค้าแผงลอยคนอื่น ๆ ก็จ้องตาเป็นประกายเช่นกัน
จากนั้น
พ่อค้าแผงลอยคนที่สามก็นำของของตัวเองออกมาวาง
เริ่มจากพวกหยกเช่นเดิม ต่อด้วยของเก่าโบราณที่ทำจากวัสดุอื่น ๆ และงานหัตถกรรมชิ้นเล็ก ๆ
จากนั้นเป็นคนที่ 4 และคนที่ 5
แต่ทั้งสามคนต่างผิดหวังติด ๆ กัน กู่ยวี่ไม่ได้ของที่ต้องการเลย
