“ชันสูตรเหรอ?”
กู่ยวี่ร้องขึ้นอย่างตกใจ ก่อนรีบหันไปถามชางโม่ว่า “ผ่าเป็นชิ้น ๆ เหรอ? สิ่งมีชีวิตตัวแรกที่จับได้ต้องถูกชันสูตรทุกตัวเลยหรือ?”
โลกนี้มีภูตอยู่แค่เธอตัวเดียว ถ้าถูกจับได้ขึ้นมา เธอคงมีชะตากรรมไม่ต่างจากแมวกลายพันธุ์
ชางโม่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวน้อยในอ้อมแขนกำลังคิดอะไรอยู่ เขายิ้มพลางพูดว่า
“สิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ตัวแรกต้องศึกษาให้ละเอียด ข้อมูลพวกนี้สำคัญมากต่องานวิจัยในอนาคต”
เมื่อนึกถึงภาพท้องถูกกรีด แล้วควักอวัยวะภายในออกมา ก่อนหั่นเป็นชิ้น ๆ ทีละชิ้นเหมือนหั่นผัก
กู่ยวี่ก็หน้าซีดด้วยความหวาดกลัว
น่าเสียดายที่เธอก้มหน้าอยู่ ชางโม่จึงไม่เห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไป
“ไม่ต้องกลัว!”
“สัตว์กลายพันธุ์ตายหมดแล้ว พวกมันไม่รู้สึกเจ็บหรอก”
เมื่อเห็นกู่ยวี่ตัวสั่น ชางโม่ก็รีบโอบเธอแน่นขึ้น พร้อมปลอบเสียงเบา
เขาคิดว่ากู่ยวี่สงสารสัตว์ที่ถูกนำไปทดลอง เพราะเธอใกล้ชิดกับธรรมชาติมาโดยตลอด
ความจริงแล้ว
กู่ยวี่สงสารสัตว์ทดลองพวกนั้นจริง ๆ แต่ก็สงสารตัวเองยิ่งกว่า
อย่างน้อยสัตว์กลายพันธุ์พวกนั้นก็ตายไปแล้ว ส่วนเธอเป็นหนึ่งเดียวในโลก หากมีคนคิดจะศึกษาเธอขึ้นมา คงไม่ฆ่าเธอทิ้งแน่
ถูกผ่าเป็นชิ้น ๆ ทั้งที่ยังมีชีวิต สู้ตายไปเสียยังดีกว่า
ยิ่งคิด กู่ยวี่ก็ยิ่งรู้สึกว่าชีวิตตัวเองน่าเศร้า
ไม่ได้การ!
ต้องหาปราณวิญญาณให้ได้ ต้องหาให้เยอะ ๆ แล้วตั้งใจบำเพ็ญเพียร ขอแค่บรรลุเป็นเซียนได้ มนุษย์ธรรมดาก็ทำอะไรเธอไม่ได้แล้ว
